การจัดการกับรายการสั่งซื้อใน Woocommerce

เมื่อมีการสั่งซื้อเข้ามา บางครั้งผู้ที่ทำการสั่งซื้ออาจจะงง หรือสงสัยว่าจะต้องทำขั้นตอนใดต่อ ดังนั้น เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ตรงกันระหว่างผู้ซื้อกับเจ้าของร้านจึงต้องมีการจัดการรายการสั่งซื้อ หรือ Order นั่นเอง

สำหรับวิธีการการจัดการกับรายการสั่งซื้อมีอยู่ 3 แบบ ดังนี้

แบบที่ 1 การสั่งซื้อแบบไม่ต้องลงทะเบียน

กรณีนี้ใช้สำหรับลูกค้าที่ไม่ได้ลงทะเบียนเป็นสมาชิก ก็สามารถสั่งซื้อสินค้าได้ ขั้นตอนการทำมีดังนี้

1.เข้าสู่หน้า WordPress Admin โดยพิมพ์ http://www.yourdomain.com/wp/wp-admin จากตัวอย่างขอใช้ testwp.com แทน yourdomain.com

2.ใส่ Username และ Password จากนั้นกดปุ่ม Log In

3. ที่เมนูด้านซ้ายคลิกที่ Woocommerce > Settings > เลือกแท้บ Accounts & Privacy
ในส่วน Guest Checkout ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกตามรูป

จากนั้น คลิกที่ปุ่ม Save Changes เพื่อบันทึกการตั้งค่า

แบบที่ 2 ลงทะเบียนก่อนถึงสั่งซื้อได้

ในกรณี ลูกค้าต้องทำการลงทะเบียน กรอกชื่อ อีเมล ที่อยู่ ให้เรียบร้อยก่อนเท่านั้น ถึงจะสั่งซื้อสินค้าได้ ขั้นตอนการทำมีดังนี้

เมื่อทำการ Log in  เข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ที่ Account & Privacy ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกหน้าข้อความตามรูป

จากนั้น คลิกที่ปุ่ม Save Changes เพื่อบันทึกการตั้งค่า

แบบที่ 3 ลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียนก็สามารถสั่งซื้อสินค้าได้

ในกรณีนี้ เมื่อทำการสั่งซื้อจะมีตัวเลือกให้ลูกค้าเลือก ว่าจะลงทะเบียนหรือไม่ลงทะเบียนก็ได้ แต่ถ้าลงทะเบียนไว้ เมื่อมีการซื้อสินค้าในครั้งต่อไป ลูกค้าไม่เป็นต้องกรอกข้อมูลอีกครั้ง  ขั้นตอนการทำมีดังนี้

เมื่อทำการ Log in  เข้าสู่ระบบเรียบร้อยแล้ว ที่ Account & Privacy ให้ติ๊กเครื่องหมายถูกหน้าข้อความตามรูป

จากนั้น คลิกที่ปุ่ม Save Changes เพื่อบันทึกการตั้งค่า

4. ในส่วนของลูกค้า ระบบจะแสดงข้อความ รายละเอียดข้อมูลช่องทางการชำระเงิน การแจ้งหลักฐานการชำระเงิน รวมไปถึงที่อยู่ในการจัดส่งสินค้า รายละเอียดสินค้าที่สั่ง ดังภาพ

5. ในส่วนของเจ้าของร้านค้า สามารถตรวจสอบ และอัปเดตสถานะสินค้าได้
ที่เมนูทางซ้ายคลิกที่ Woocommerce > Orders ระบบจะแสดงรายละเอียดการสั่งซื้อ ซึ่งสถานะจะเป็น On Hold ดังภาพ

6. เมื่อคลิกเข้ามา เจ้าของร้านสามารถดูรายละเอียด วันที่ เวลาที่สั่งสินค้า สถานะสินค้า ชื่อ อีเมล และที่อยู่ในการจัดส่งสินค้าของผู้สั่งซื้อ เจ้าของร้านสามารถตั้งค่าสถานะได้ ถ้าลูกค้าส่งหลักฐานยืนยันการชำระเงินมาแล้ว สามารถเปลี่ยนสถานะจาะ On Hold เป็น Complete หรือถ้ายกเลิกการสั่งซื้อสามารถเลือกเป็น Cancelled ก็ได้

จากนั้นคลิกที่ปุ่ม Update เพื่อบันทึกสถานะ

7. เมื่อมีการส่งหลักฐานการชำระเงินเข้ามาแล้ว เปลี่ยนสถานะการชำระเงินเป็น Completed แล้ว
เจ้าของร้านสามารถเพิ่มโน้ตสำหรับเจ้าของเอง ให้เลือก Private note หรือสำหรับลูกค้าก็ได้ เช่นถ้าต้องการแจ้งหมายเลข Tracking ไปยังลูกค้าให้เลือกเป็น Note to customer

เมื่อทำการเพิ่มรายละเอียดเรียบร้อยแล้ว ให้คลิกที่ปุ่ม Update เพื่อบันทึกการตั้งค่า

Was this article helpful?

Related Articles