ชั้น 29 ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

999/9 พระราม 1 กรุงเทพฯ 10330

บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด

0-2107-3466

โทรเลยดิจะรออะไร

Home » HTML » HTML Style Guide

HTML Style Guide

การเขียนโค้ด HTML ให้มีรูปแบบสม่ำเสมอ สะอาด และเป็นระเบียบ จะช่วยให้ผู้อื่นอ่าน เข้าใจโค้ดของคุณได้ง่ายขึ้น ต่อไปนี้คือแนวทางและเคล็ดลับในการเขียนโค้ด HTML ที่ดี

ต้องประกาศประเภทของเอกสารเสมอ

ก่อนเขียน HTML ทุกครั้ง ควรประกาศประเภทเอกสาร (Document Type) เป็นบรรทัดแรกของเอกสารเสมอ ชนิดเอกสารที่ถูกต้องสำหรับ HTML คือ

				
					<!DOCTYPE html>
				
			

ใช้ชื่อแท็กตัวพิมพ์เล็ก

HTML อนุญาตให้ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่และเล็กผสมกันได้ในชื่อแท็ก

อย่างไรก็ตาม ขอแนะนำให้ใช้ชื่อแท็กเป็นตัวพิมพ์เล็ก เพราะว่า

  • การผสมตัวพิมพ์ใหญ่และเล็กดูไม่สวย
  • นักพัฒนาส่วนใหญ่ใช้ตัวพิมพ์เล็ก
  • ตัวพิมพ์เล็กดูสะอาดตา
  • ตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ได้ง่ายกว่า

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ดี

				
					<body>
<p>นี่คือข้อความ</p>
</body>
				
			

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ไม่ดี

				
					<BODY>
<P>นี่คือข้อความ</P>
</BODY>
				
			

ปิดแท็ก HTML ให้ครบ

แม้ว่า HTML จะอนุญาตให้บางแท็กไม่ต้องปิด เช่น <p> แต่ในทางปฏิบัติ ควรปิดแท็กให้ครบเสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อผิดพลาดในการแสดงผล และทำให้โครงสร้างของเอกสารอ่านง่ายและถูกต้องตามมาตรฐาน

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ดี

				
					<section>
  <p>นี่คือข้อความ</p>
  <p>นี่คือข้อความ</p>
</section>
				
			

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ไม่ดี

				
					<section>
  <p>นี่คือข้อความ
  <p>นี่คือข้อความ
</section>
				
			

ใช้ชื่อแอตทริบิวต์เป็นตัวพิมพ์เล็ก

HTML อนุญาตให้ใช้ตัวพิมพ์ใหญ่และเล็กผสมกันในชื่อแอตทริบิวต์

อย่างไรก็ตาม แนะนำให้ใช้ตัวพิมพ์เล็กเพราะ
  • ใช้ตัวอักษรพิมพ์เล็ก-ใหญ่ผสมกัน แล้วดูไม่สวย
  • นักพัฒนาส่วนใหญ่ใช้ตัวพิมพ์เล็ก
  • ตัวพิมพ์เล็กดูสะอาดตา
  • ตัวพิมพ์เล็กพิมพ์ได้ง่ายกว่า

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ดี

				
					<a href="https://www.hostatom.com">เข้าสู่หน้าเว็บของ hostatom</a>
				
			

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ไม่ดี

				
					<a HREF="https://www.hostatom.com">เข้าสู่หน้าเว็บของ hostatom</a>
				
			

ใส่เครื่องหมายคำพูดให้กับค่าของแอตทริบิวต์เสมอ

HTML อนุญาตให้ละเครื่องหมายคำพูดได้ในบางกรณี แต่เพื่อป้องกันปัญหาค่าที่มีช่องว่าง ให้ใส่เครื่องหมายคำพูดทุกครั้ง

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ดี

				
					<table class="striped">
				
			

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ไม่ดี

				
					<table class=striped>
				
			

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ไม่ดีมากๆ

				
					<table class=table striped>
				
			

ระบุ alt, width, และ height ให้รูปภาพเสมอ

ควรระบุ <alt> เสมอ เพื่ออธิบายรูป เผื่อรูปโหลดไม่ขึ้นหรือช่วยให้โปรแกรมอ่านหน้าจอเข้าใจรูปได้
นอกจากนี้ ควรกำหนด width และ height เสมอ เพื่อช่วยลดการกระพริบขณะโหลดหน้าเว็บ เพราะเบราว์เซอร์จะสามารถจองพื้นที่ให้รูปภาพก่อนโหลดจริง

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ดี

				
					<img src="html5.gif" alt="HTML5" style="width:128px;height:128px">
				
			

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ไม่ดี

				
					<img src="html5.gif">
				
			

ช่องว่างและเครื่องหมายเท่ากับ

HTML อนุญาตให้มีช่องว่างรอบเครื่องหมาย = ได้
แต่การไม่มีช่องว่างจะอ่านง่ายกว่าและดูเป็นระเบียบมากกว่า

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ดี

				
					<link rel="stylesheet" href="styles.css">

				
			

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ไม่ดี

				
					<link rel = "stylesheet" href = "styles.css">
				
			

หลีกเลี่ยงการเขียนโค้ดบรรทัดยาวๆ

เมื่อใช้ HTML editor การต้องเลื่อนซ้ายขวาเพื่ออ่านโค้ดยาว ๆ อาจทำได้ไม่สะดวก
พยายามอย่าให้บรรทัดโค้ดยาวเกินไป

เว้นบรรทัดและการย่อหน้า

อย่าเว้นบรรทัด เว้นวรรค หรือย่อหน้าโดยไม่มีเหตุผล

  • อย่าเว้นบรรทัดหรือย่อหน้าโดยไม่จำเป็น
  • เว้นบรรทัดเมื่อต้องการแยกกลุ่มโค้ด เช่น section หรือ block
  • แนะนำให้ย่อหน้าด้วย space 2 ช่อง แทนการใช้ปุ่ม tab

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ดี

				
					<body>

  <h1>เมืองที่เป็นที่รู้จัก</h1>

  <h2>โตเกียว</h2>
  <p>เมืองหลวงของญี่ปุ่น</p>

  <h2>ลอนดอน</h2>
  <p>เมืองหลวงของอังกฤษ</p>

</body>
				
			

ตัวอย่างการเขียนโค้ดที่ไม่ดี

				
					<body>
<h1>เมืองที่เป็นที่รู้จัก</h1>
<h2>โตเกียว</h2><p>เมืองหลวงของญี่ปุ่น</p>
<h2>ลอนดอน</h2><p>เมืองหลวงของอังกฤษ</p>
</body>
				
			

ตัวอย่างการเขียนโค้ดสำหรับตารางที่ดี

				
					<table>
  <tr>
    <th>ชื่อ</th>
    <th>คำอธิบาย</th>
  </tr>
  <tr>
    <td>ก</td>
    <td>คำอธิบายเกี่ยวกับ ก</td>
  </tr>
</table>
				
			

ตัวอย่างการเขียนโค้ดสำหรับรายการที่ดี

				
					<ul>
  <li>ลอนดอน</li>
  <li>ปารีส</li>
  <li>โตเกียว</li>
</ul>
				
			

อย่าลืมแท็ก <title>

แท็ก <title> เป็น แท็กที่จำเป็นต้องมี ในทุกหน้า HTML

เนื้อหาภายใน <title> มีความสำคัญมากต่อการเพิ่มประสิทธิภาพการค้นหา (SEO)
ชื่อหน้าจะถูกใช้โดยอัลกอริทึมของเครื่องมือค้นหาในการตัดสินลำดับเมื่อแสดงผลการค้นหา

แท็ก <title> มีหน้าที่ดังนี้

  • กำหนดชื่อให้แสดงในแถบเครื่องมือของเบราว์เซอร์
  • แสดงชื่อเมื่อหน้าเว็บถูกเพิ่มเป็นรายการโปรด
  • แสดงชื่อในผลการค้นหาของเครื่องมือค้นหา
				
					<title>โฮสอะตอมบริการ Web Hosting ชื่อดังในไทย</title>
				
			

การละ <html> และ <body> ได้หรือไม่ ?

แนะนำควรใส่ไว้เสมอ เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาในเบราว์เซอร์เก่า หรือ DOM/XML

				
					<!DOCTYPE html>
<head>
  <title>หัวเรื่อง</title>
</head>

<h1>นี่คือหัวข้อ</h1>
<p>นี่คือข้อความ</p>
				
			

แท็ก <head> ควรมีเสมอ

ละได้ แต่ แนะนำใช้แท็ก <head> เสมอ
เบราว์เซอร์จะเพิ่มองค์ประกอบทั้งหมดก่อนแท็ก <body> ลงใน <head> โดยอัตโนมัติ

				
					<!DOCTYPE html>
<html>
<title>หัวเรื่อง</title>
<body>

<h1>นี่คือหัวข้อ</h1>
<p>นี่คือข้อความ</p>
</body>
</html>
				
			

ปิดแท็ก HTML ที่ว่างเปล่าหรือไม่ ?

ใน HTML การปิดแท็กที่ว่างเปล่าเป็นสิ่งที่เลือกได้ ไม่จำเป็นต้องทำ 

อนุญาตให้ใช้แบบนี้

				
					<meta charset="utf-8">
				
			

หรือแบบนี้ก็อนุญาต

				
					<meta charset="utf-8" />

				
			

หากคุณคาดว่าซอฟต์แวร์ XML/XHTML จะเข้าถึงหน้าเว็บของคุณ
ให้คงเครื่องหมาย / ไว้ เพราะมันเป็นสิ่งจำเป็นใน XML และ XHTML

เพิ่มแอตทริบิวต์ lang

คุณควรใส่แอตทริบิวต์ lang ภายในแท็ก <html> เสมอ
เพื่อประกาศภาษาของหน้าเว็บ ซึ่งช่วยให้เครื่องมือค้นหาและเบราว์เซอร์ทำงานได้ถูกต้อง

				
					<!DOCTYPE html>
<html lang="en-us">
<head>
  <title>Page Title</title>
</head>
<body>

<h1>This is a heading</h1>
<p>This is a paragraph.</p>

</body>
</html>
				
			

ข้อมูลเมตา (Meta Data)

เพื่อให้การแปลผลและการจัดทำดัชนีโดยเครื่องมือค้นหาทำงานได้ถูกต้อง
ควรกำหนดทั้งภาษาและการเข้ารหัสอักขระ (charset) ให้เร็วที่สุดในเอกสาร HTML

				
					<!DOCTYPE html>
<html lang="en-us">
<head>
  <meta charset="UTF-8">
  <title>Page Title</title>
</head>
				
			

การตั้งค่า Viewport (Setting The Viewport)

Viewport คือพื้นที่แสดงผลของเว็บในแต่ละอุปกรณ์
เพื่อให้เว็บไซต์แสดงผลดีในมือถือ ให้เพิ่มแท็กนี้ทุกครั้ง

คุณควรรวมแท็ก <meta> ต่อไปนี้ในทุกหน้าเว็บของคุณ

				
					<meta name="viewport" content="width=device-width, initial-scale=1.0">
				
			
  • ส่วน width=device-width กำหนดให้ความกว้างเท่ากับหน้าจออุปกรณ์
  • ส่วน initial-scale=1.0 กำหนดระดับการซูมเริ่มต้นเมื่อหน้าเว็บโหลด

ตัวอย่าง ของเว็บที่มี Meta Viewport กับไม่มี Meta Viewport

คลิกรูปเพื่อดูตัวอย่าง หน้าเว็บที่ไม่มีแท็ก viewport
คลิกรูปเพื่อดูตัวอย่าง หน้าเว็บที่มีแท็ก viewport

คำอธิบายใน HTML (HTML Comments)

คอมเมนต์ช่วยให้โค้ดเข้าใจง่ายและสื่อสารกับเพื่อนร่วมทีมได้ดีขึ้น

ความคิดเห็นสั้น ๆ ควรเขียนในบรรทัดเดียว เช่น

				
					<!-- This is a comment -->

				
			

ความคิดเห็นที่มีหลายบรรทัด ควรเขียนแบบนี้

				
					<!--
  This is a long comment example. This is a long comment example.
  This is a long comment example. This is a long comment example.
-->
				
			

การใช้สไตล์ชีต (Using Style Sheets)

ใช้ไวยากรณ์ที่เรียบง่ายในการเชื่อมโยงกับไฟล์สไตล์ชีต ไม่จำเป็นต้องใส่ type

				
					<link rel="stylesheet" href="styles.css">
				
			

กฎ CSS ที่สั้นสามารถเขียนแบบย่อได้ เช่น

				
					p.intro {font-family:Verdana;font-size:16px;}

				
			

ส่วนกฎ CSS ที่ยาวควรเขียนแยกหลายบรรทัด เช่น

				
					body {
  background-color: lightgrey;
  font-family: "Arial Black", Helvetica, sans-serif;
  font-size: 16em;
  color: black;
}
				
			

แนวทางที่แนะนำ

  • วงเล็บเปิด { ควรอยู่บรรทัดเดียวกับตัวเลือก (selector)
  • มีช่องว่างหนึ่งช่องก่อนวงเล็บเปิด
  • ใช้การเยื้องสองช่องว่าง
  • ใช้เครื่องหมาย ; หลังแต่ละคู่ property-value รวมถึงบรรทัดสุดท้าย
  • ใช้เครื่องหมายอัญประกาศเฉพาะเมื่อค่ามีช่องว่าง
  • วงเล็บปิด } ควรอยู่บรรทัดใหม่โดยไม่มีช่องว่างนำหน้า

การโหลด JavaScript ใน HTML

ใช้รูปแบบง่าย ๆ ในการโหลดสคริปต์ภายนอก ไม่จำเป็นต้องใส่ type

				
					<script src="myscript.js">
				
			

การเข้าถึงองค์ประกอบ HTML ด้วย JavaScript

โค้ด HTML ที่ไม่เป็นระเบียบอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดใน JavaScript

คำสั่ง JavaScript สองบรรทัดต่อไปนี้จะให้ผลลัพธ์ต่างกัน

				
					getElementById("Demo").innerHTML = "Hello";

getElementById("demo").innerHTML = "Hello";
				
			

ใช้ชื่อไฟล์ตัวพิมพ์เล็ก

ควรใช้ชื่อไฟล์เป็น ตัวพิมพ์เล็กทั้งหมด เพราะบางเซิร์ฟเวอร์ (เช่น Apache, Unix) แยกแยะตัวพิมพ์เล็ก-ใหญ่ หากใช้ปนกันอาจทำให้ไฟล์ไม่แสดงหรือเว็บพังได้เมื่อย้ายเซิร์ฟเวอร์ ดังนั้นควรตั้งชื่อไฟล์ให้เป็นตัวพิมพ์เล็กเสมอ (lowercase)

ส่วนขยายไฟล์ (File Extensions)

  • ไฟล์ HTML ควรมีนามสกุล .html แต่ .htm ก็อนุญาต
  • ไฟล์ CSS ควรมีนามสกุล .css
  • ไฟล์ JavaScript ควรมีนามสกุล .js

ความแตกต่างระหว่าง .htm และ .html?

ไม่มีความแตกต่างระหว่างนามสกุลไฟล์ .htm และ .html
ทั้งสองแบบจะถูกมองว่าเป็นไฟล์ HTML เหมือนกันโดยเว็บเบราว์เซอร์และเว็บเซิร์ฟเวอร์ทุกตัว

ชื่อไฟล์เริ่มต้น (Default Filenames)

ถ้า URL ไม่มีชื่อไฟล์ ตัวอย่างเช่น https://www.hostatom.com/
เซิร์ฟเวอร์จะโหลดไฟล์เริ่มต้นให้อัตโนมัติ เช่น index.html หรือ default.html แต่ละเซิร์ฟเวอร์ตั้งชื่อไฟล์เริ่มต้นไม่เหมือนกัน บางที่ใช้เฉพาะ index.html ดังนั้นควรตั้งชื่อไฟล์หน้าแรกให้ตรงกับการตั้งค่าของเซิร์ฟเวอร์ เพื่อให้เว็บเปิดได้แน่นอน

Categories