ชั้น 29 ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

999/9 พระราม 1 กรุงเทพฯ 10330

บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด

0-2107-3466

โทรเลยดิจะรออะไร

Home SEO การเปลี่ยน URL ส่งผลกระทบกับ SEO อย่างไร

การเปลี่ยน URL ส่งผลกระทบกับ SEO อย่างไร

หลังจากที่ทาง Google มีการปรับเปลี่ยนวิธีการวัด SEO วันนี้เรามาดูกันว่าหากมีการเปลี่ยน URL ของเว็บแล้วจะส่งผลต่อ SEO อย่างไรบ้าง

โดยอ้างอิงจากเอกสารฉบับล่าสุดของ Google ในหัวข้อ Redirects and Google Search ถึงการเปลี่ยน URL แบบต่างๆ และผลกระทบต่อการค้นหา เรามาดูกันเลย ว่ามีอะไรบ้าง

แต่ทีนี้ก่อนที่จะไปดูว่าประเภทของการเปลี่ยนเส้นทางและผลกระทบมีอะไรบ้าง เราต้องบอกก่อนว่า ผู้เข้าชมไม่สามารถตรวจสอบความแตกต่างของเส้นทางหรือ URL ด้วยตัวเองได้ แต่ Google มีวิธีการจัดการกับสัญญาณที่ส่งไป URL เป้าหมายแตกต่างกันไป

โดย Google จะแบ่งการเปลี่ยนเส้นทางออกเป็น 2 ประเภท ได้แก่ เส้นทางชั่วคราวและเส้นทางถาวร

  • เส้นทางถาวร: Google จะมองว่าเส้นทางนี้มีสัญญาณที่ชัดเจน ดังนั้น URL เป้าหมายจะแสดงผลในหน้าค้นหาทันที
  • เส้นทางชั่วคราว: Google จะมองว่าเส้นทางนี้เป็นเส้นทางที่สัญญาณอ่อนกว่า ดังนั้น URL เป้าหมายจะไม่แสดงผลในหน้าค้นหา แต่จะแสดงแหล่งที่มา (Source Page) แทน

ประเภทของการเปลี่ยนเส้นทางมีดังนี้

  • การเปลี่ยนเส้นทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์ถาวร (Permanent server side redirects)
    วิธีนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด ทาง Google แนะนำให้ใช้ทุกครั้ง (ถ้าเป็นไปได้) เพราะการเปลี่ยนการแบบนี้จะส่งผลให้ URL แสดงผลในหน้าค้นหา ซึ่งถ้ารหัสสถานะ หรือ Status Codes แสดงเป็น 301 หรือ 308 นั่นหมายถึง เว็บไซต์นั้นถูกย้ายไปอยู่ในตำแหน่งใหม่อย่างถาวร
  • การเปลี่ยนเส้นทางฝั่งเซิร์ฟเวอร์ชั่วคราว (Temporary server side redirects)
    การเปลี่ยนเส้นทางแบบจะส่งผู้ชมไปหน้าเพจอื่นชั่วคราว ซึ่ง Google ได้จดจำ URL ของหน้าเพจเก่าไว้แล้ว ดังนั้นมั่นใจได้เลยว่าไม่ไปผิดหน้าแน่ๆ ยกตัวอย่างง่ายๆ หากหน้าเพจของคุณในตอนนี้ยังพร้อมที่จะแสดง คุณก็สามารถตั้งค่าการเปลี่ยนเส้นทางชั่วคราวไปยังหน้าเพจอื่นก่อน โดยที่ไม่ต้องเปลี่ยน URL ของหน้าเพจนั้นเลย
  • การ Redirect Meta Refresh โดยทันที (Instant meta refresh redirect)
    ในกรณีที่ไม่สามรถเปลี่ยนเส้นทางที่ฝั่งเซิร์ฟเวอร์ได้ วิธีการเปลี่ยนเส้นทางแบบ Redirect Meta Refresh นี้อาจเป็นอีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งเมืี่อมีการโหลดหน้าเพจบนเบราว์เซอร์ Google Search จะเข้าใจได้ทันทีว่า การเปลี่ยนเส้นทาง Meta Refresh นี้เป็นการเปลี่ยนเส้นทางแบบถาวร (Permanent redirects)
<!doctype html>
<html>
  <head>
  <meta http-equiv="refresh" content="0; url=https://example.com/newlocation" />
  <title>Example title</title>
  <!--...-->
  • การ Redirect Meta Refresh ภายหลัง (Delayed meta refresh redirect)
    วิธีนี้เจ้าของเว็บเท่านั้นที่จะสามารถทำได้ โดยจะกำหนดระยะเวลา (เป็นวินาที) ในการเปลี่ยนเส้นทาง โดย Google Search จะเข้าใจว่าการเปลี่ยนเส้นทาง Meta Refresh ภายหลังนี้เป็นการเปลี่ยนเส้นทางแบบชั่วคราว ซึ่งหากต้องการกำหนดระยะเวลา ก็ให้ไปใส่ตัวเลขที่ content
<!doctype html>
<html>
  <head>
  <meta http-equiv="refresh" content="5; url=https://example.com/newlocation" />
  <title>Example title</title>
  <!--...-->
  • การ Redirect ด้วย JavaScript (JavaScript location redirects)
    เมื่อมี Google Bot ทำการไต่และเก็บข้อมูล URL ของเว็บไปเรียบร้อยแล้ว Google Search จะเข้าใจและรัน JavaScript โดยใช้บริการ Web Rendering Service ซึ่งหากต้องการเปลี่ยนเส้นทางด้วย JavaScript นี้จะต้องตั้งค่า URL ในส่วน head ดังตัวอย่าง
<!doctype html>
<html>
  <head>
    <script>
      window.location.href('http://www.example.com/newlocation')
    </script>
    <title>Example title</title>
    <!--...-->

แต่ขอเตือนไว้ก่อนนะคะ การเปลี่ยนเส้นทางด้วย JavaScript นี้จะไม่สามารถทำได้ในฝั่งเซิร์ฟเวอร์หรือใน meta refresh redirect ได้ถึงแม้ว่า Google จะพยายามแสดงผล URL ในหน้าเพจที่ Google Bot ได้ไต่ไปเก็บข้อมูลมาแล้วก็ตาม แต่การแสดงผลนั้นอาจจะไม่สำเร็จก็ได้

  • การเปลี่ยนเส้นทางแบบเข้ารหัส (Crypto redirects)
    วิธีนี้จะใช้เมื่อไม่สามารถทำการเปลี่ยนเส้นทางด้วยวิธีที่กล่าวด้านบนได้ ซึ่งวิธีนี้จะเป็นการเพิ่มลิงก์โดยชี้ไปยังหน้าเว็บเพจใหม่พร้อมคำอธิบายสั้นๆ ตัวอย่างเช่น
<a href="https://newsite.example.com/newpage.html">We moved! Find the content on our new site!</a>

แต่วิธีนี้แนะนำให้ใช้ก็ต่อเมื่อหมดหนทางแล้วจริงๆ ไม่รู้จะใช้วิธีไหนแล้ว ค่อยใช้วิธีนี้แทน

การเลือกเปลี่ยนเส้นทางนั้นก็ขึ้นอยู่กับระยะเวลาและหน้าเพจที่คุณต้องการจะให้แสดงในหน้าผลการค้นหา สิ่งเหล่านี้มีผลกับการทำ SEO ทั้งสิ้น