การใช้งาน Google Looker Studio อย่างง่ายจาก Google Sheet

ถ้าคุณมีข้อมูลอยู่ใน Google Sheet อยู่แล้ว เช่น ยอดขายรายวัน, รายชื่อลูกค้า, ข้อมูลแคมเปญ หรือสต๊อกสินค้า แต่ทุกครั้งที่ต้องทำรายงานก็ต้องมานั่งจัดตาราง, ทำกราฟใน Excel/Sheets ใหม่ทุกเดือน…

จริง ๆ คุณสามารถใช้ Google Looker Studio ดึงข้อมูลจาก Google Sheet มาทำเป็น รายงาน/แดชบอร์ดสวย ๆ ดูง่าย อัปเดตอัตโนมัติ ได้เลย ไม่ต้องก็อป – วางซ้ำ ๆ แค่คนในทีมอัปเดต Sheet ตัวเดิม รายงานใน Looker Studio ก็อัปเดตตาม

คู่มือนี้จะพาแบบ “จับมือทำ” ตั้งแต่ 0:
เตรียม Google Sheet ให้พร้อม → เชื่อมต่อกับ Looker Studio → วางกราฟ/ตาราง → ทำตัวกรอง → แชร์ให้คนอื่นดูได้ อ่านจบแล้วทำเป็นแน่นอน แม้ไม่เคยใช้มาก่อนเลย

ภาพรวมก่อนเริ่ม: Sheet เป็นที่เก็บข้อมูล, Looker เป็นหน้ารายงาน

ขอให้มองแบบง่าย ๆ ว่า:

  • Google Sheet = ที่เก็บ “ข้อมูลดิบ” เช่น ตารางยอดขาย ตารางลูกค้า
  • Google Looker Studio = “หน้ารายงาน/แดชบอร์ด” ที่ดึงข้อมูลจากชีตมาทำกราฟ – ตัวเลข – ตารางให้ดูสบายตา

ลำดับการทำงานคือ

ส่วนที่ 1 – เตรียม Google Sheet ให้พร้อมก่อนเชื่อม

โครงสร้างตารางที่ดีควรเป็นแบบนี้

  1. แถวที่ 1 เป็นหัวคอลัมน์
  2. ไม่มีหัวตารางซ้ำตรงกลาง
    • อย่าใส่หัวคอลัมน์ย้ำที่แถว 20, 40 อีกรอบ
    • ทั้งตารางควรมี header แค่บรรทัดแรก
  3. ไม่ใช้ Merge เซลล์ในส่วนข้อมูล
    • หลีกเลี่ยงการ Merge เซลล์ในแถวข้อมูล เพราะ Looker Studio จะอ่านลำบาก
  4. ประเภทข้อมูลถูกต้อง
    • คอลัมน์วันที่ → ตั้งเป็น Date จริง ๆ (ไม่ใช่ Text)
    • ตัวเลข → เป็น Number (ไม่ใช่มีตัวอักษรปน เช่น “1,500 บาท”)
    • ถ้ามีคำว่า “บาท” อยากให้เก็บแค่ตัวเลขใน Sheet แล้วไปใส่รูปแบบ (format) ในรายงานอีกที

ส่วนที่ 2 – สร้างรายงานใหม่ใน Looker Studio และเชื่อมกับ Google Sheet

เข้า Looker Studio โดย เปิดเบราว์เซอร์ (แนะนำ Chrome)

พิมพ์ URL: https://lookerstudio.google.com/

ที่หน้า Home ให้เลือก “Blank report

ทันทีที่สร้าง Blank report ใหม่ Looker Studio จะถามว่า:
Add data to report” (เพิ่มข้อมูลอะไรเข้ารายงาน)

เลือก “Google Sheets” จากรายการ

เลือกไฟล์ที่เก็บข้อมูล ในบทความนี้ขอเลือกไฟล์ตัวอย่างที่สร้างไว้ชื่อ “Example-sales-data

เลือก Sheet/Tab ที่เป็นตารางหลักที่เตรียมไว้ ในบทความนี้ขอเลือก sheet ตัวอย่างที่สร้างไว้ชื่อ “Sheet1

ติ๊กตัวเลือก:

  • Use first row as headers (ใช้แถวแรกเป็นหัวคอลัมน์)
  • เลือกว่าจะให้รวมข้อมูล ตั้งค่าอื่น ๆ ตามค่า default ไปก่อนได้

กด “Add

จากนั้นกด “Add to report

ตอนนี้รายงานของคุณ “ผูก” กับ Google Sheet แล้ว

จากนี้ไป ถ้ามีคนอัปเดตข้อมูลใน Sheet (เช่น เพิ่มแถวยอดขายใหม่) รายงานใน Looker Studio สามารถกด Refresh เพื่อดึงข้อมูลล่าสุดได้

ส่วนที่ 3 – สร้างองค์ประกอบพื้นฐาน: ตัวเลขสรุป + ตาราง + กราฟ

สร้างตัวเลขสรุปยอดขายรวม (Scorecard)

ในหน้ารายงาน Looker Studio ให้ดูที่แถบเมนูด้านบน คลิกที่ “Insert → เลือก Scorecard

คลิกแล้วลากไปวางบนพื้นที่รายงานด้านบน

ด้านขวามือ (แท็บ Data) จะเห็น

  • Data source = Google Sheet ที่เราเลือก
  • Metric = ค่าเริ่มต้นอาจเป็น Record Count ให้คลิกเปลี่ยนเป็น “ยอดขาย

สร้างกราฟแท่ง “ยอดขายตามวัน”

ในหน้ารายงาน Looker Studio ให้ดูที่แถบเมนูด้านบน คลิกที่ “Insert → เลือก Vertival bar chart

ลากกราฟไปวางใต้ Scorecard

ด้านขวา ในแท็บ Data:

  • Dimension = เลือก “วันที่
  • Metric = เลือก “<strong>ยอดขาย</strong>

สร้างตาราง “ยอดขายตามสินค้า”

ในหน้ารายงาน Looker Studio ให้ดูที่แถบเมนูด้านบน คลิกที่ “Insert → เลือก Table

ลากไปวางด้านล่างหรือข้าง ๆ กราฟ

ด้านขวา ตั้งค่า:

  • Dimension (สีฟ้า) → เลือกว่าจะดูตามอะไร เช่น
    • สินค้า
  • Metric (สีเขียว) → เลือก ยอดขาย
  • จะเพิ่ม Metric อื่น ๆ เช่น Record Count (จำนวนรายการขาย) ก็ได้

ส่วนที่ 4 – จัดหน้า (Layout) และตกแต่งให้ดูเป็น “แดชบอร์ดจริง ๆ”

จัด Layout ให้เป็นโซน

แนะนำโครงง่าย ๆ:

  • แถวบนสุด → แสดง KPI สำคัญ (Scorecard เช่น ยอดขายรวม, จำนวนรายการขาย, จำนวนลูกค้า ฯลฯ)
  • ส่วนกลาง → กราฟแนวโน้ม (ยอดขายตามวัน/เดือน)
  • ส่วนล่าง → ตารางดูรายละเอียด (ยอดขายตามสินค้า, ภูมิภาค, ช่องทาง)
  • มุมบนขวา → Date range และ Filter ต่าง ๆ

พยายามเว้นช่องว่างให้พอดี ไม่อัดทุกอย่างจนแน่น

ตั้ง Theme & สีให้เหมาะ

คลิกขวา เลือก “Theme and layout

เลือก Theme ที่ใกล้เคียงกับสีแบรนด์บริษัท/ลูกค้า

สามารถปรับสีพื้นหลัง, สีกราฟ, สีหัวตาราง ฯลฯ ได้ และ เลือก Font ได้ ที่ “Layout

จุดดีของการใช้ Looker Studio กับ Google Sheet คือ

คุณ/ทีม แค่เข้าไปเพิ่มข้อมูลลงชีต
รายงานจะใช้ข้อมูลชุดเดียวกันโดยไม่ต้องสร้างใหม่

สิ่งที่ต้องรู้:

  1. อัปเดตใน Sheet
    • เพิ่มแถวข้อมูลใหม่ด้านล่าง
    • หัวคอลัมน์ยังเหมือนเดิม
  2. Refresh ใน Looker Studio
    • ในมุมมอง Edit จะมีเมนูเล็ก ๆ ให้กด Refresh data
    • หรือในโหมดดู (View) ข้อมูลมักจะอัปเดตอัตโนมัติในช่วงเวลาหนึ่ง

ถ้าเพิ่มคอลัมน์ใหม่ใน Sheet (เช่น เพิ่ม Cost, จำนวนชิ้นขาย)

  • กลับมาที่ Looker Studio → ใน Data Source ต้องกด Reconnect/Fields เพื่อให้เห็นคอลัมน์ใหม่ แล้วค่อยนำไปใช้ในกราฟ/ตาราง

การใช้งาน Google Looker Studio อย่างง่ายจาก Google Sheet จริง ๆ ไม่ได้ยากเลย ถ้าแบ่งคิดเป็นขั้น ๆ:

  1. เตรียม Google Sheet ให้เป็นตารางเรียบร้อย แถวแรกเป็นหัวคอลัมน์ ประเภทข้อมูลถูกต้อง
  2. สร้างรายงานใหม่ใน Looker Studio แล้วเชื่อม Data Source เป็น Google Sheet ที่เตรียมไว้
  3. วางองค์ประกอบพื้นฐาน
    • Scorecard แสดงยอดรวม
    • กราฟเส้นแสดงแนวโน้มยอดขาย
    • ตารางแสดงยอดขายตามสินค้า/ภูมิภาค
    • ตัวกรองวันที่ + ตัวกรองเลือกสินค้า/ภูมิภาค
  4. ตกแต่ง Layout + Theme และแชร์ให้ทีม/ลูกค้าดูด้วยสิทธิ์ที่เหมาะสม
  5. ต่อไปเวลาอยากอัปเดตข้อมูล แค่แก้ใน Sheet รายงานก็ใช้ข้อมูลเซ็ตเดิมโดยไม่ต้องทำใหม่ทุกครั้ง

เริ่มจาก Dashboard ง่าย ๆ หน้าเดียวก่อน เมื่อคุ้นมือแล้ว ค่อยต่อยอดเป็นหลายหน้า (Sales, Marketing, Finance) คุณจะพบว่า การใช้ Looker Studio + Google Sheet ช่วยลดเวลาทำรายงานลงได้มาก และทำให้การคุยเรื่อง “ข้อมูล” ในทีมชัดและเห็นภาพขึ้นกว่าเดิมเยอะมาก

การทำงานกับ Google Sheet และ Looker Studio จะสะดวกและปลอดภัยยิ่งขึ้น เมื่อใช้งานภายใต้ Google Workspace สำหรับองค์กร:

  • อีเมลองค์กร @ชื่อโดเมนของบริษัท
  • Google Drive / Shared Drive สำหรับเก็บไฟล์และชีต
  • Google Sheets, Docs, Slides สำหรับทำงานร่วมกันแบบเรียลไทม์
  • ใช้งานร่วมกับ Looker Studio เพื่อทำรายงานจากข้อมูลในองค์กรได้อย่างเป็นระบบ

hostatom ให้บริการ Google Workspace สำหรับธุรกิจ พร้อมทีมงานคนไทยช่วยดูแลทั้งเรื่องการตั้งค่า การย้ายข้อมูล และแนะนำแนวทางการใช้ Google Sheets + Looker Studio ให้เหมาะกับการทำงานขององค์กรคุณ

หากองค์กรของคุณต้องการเริ่มใช้ Google Workspace หรืออยากปรึกษาเรื่องการจัดโครงสร้างการเก็บข้อมูลและทำ Dashboard

👉 ดูรายละเอียดบริการได้ที่
Google Workspace โดย hostatomhttps://www.hostatom.com/google-workspace/

Was this article helpful?

Related Articles