หลายคนอาจเข้าใจว่าแค่มีไฟล์ Backup อยู่ก็อุ่นใจแล้ว แต่ความจริงนั้น ต่อให้มีไฟล์ Backup มากแค่ไหน แต่ถ้านำมาใช้ “กู้คืนไม่ได้” ไม่ว่าจะเพราะไฟล์เสียหาย ดาวน์โหลดไม่ครบ ขาดข้อมูลบางส่วน หรือ Restore แล้วเว็บพัง ไฟล์ Backup นั้นก็ไม่ได้มีค่าอะไรเลย โดยบทความนี้จะพาไปดูวิธีตรวจสอบไฟล์ Backup ที่นำไปใช้ได้กับทุกระบบ ไม่ว่าจะเป็น Hosting, CMS, Server หรือ Cloud
ทำไมถึงต้องตรวจสอบไฟล์ Backup?
การมีไฟล์ Backup แต่นำมาใช้ Restore ไม่ได้ ก็ไม่ต่างกับการไม่มีไฟล์ Backup เลย โดยสาเหตุหลัก ๆ ที่เราต้องตรวจสอบไฟล์ Backup ก็เพื่อให้แน่ใจว่า…
- ไฟล์ไม่โดนตัดตอนขณะสร้างหรือดาวน์โหลด
- สามารถแตกไฟล์ Backup ได้
- ข้อมูล Database อยู่ครบ และเปิดเว็บได้ตามปกติ
- โครงสร้างโฟลเดอร์ถูกต้อง ทำให้กู้คืนได้ไม่มีปัญหา
- ไฟล์ Backup ไม่ถูก Ransomware กวาดล้างไปด้วย
โดยการตรวจสอบไฟล์ Backup จะทำให้เรามั่นใจได้ว่า “ตอนต้องใช้จริง จะกู้ได้แน่นอน”
ขั้นตอนตรวจสอบไฟล์ Backup ว่าใช้งานได้จริงหรือไม่
ขั้นที่ 1 : ตรวจสอบไฟล์เบื้องต้น
เริ่มจากการเช็กแบบพื้นฐาน ซึ่งสามารถทำได้ง่าย ๆ โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษอะไร
- ขนาดไฟล์ – ไม่ควรเล็กผิดปกติเมื่อเทียบกับ Backup รอบก่อน เช่น ถ้าเว็บมีขนาดหลายร้อย MB แต่ได้ไฟล์ Backup มาไม่กี่ KB หรือไม่กี่ MB ให้สงสัยว่าไฟล์มีปัญหาไว้ก่อน
- นามสกุลไฟล์ – เช่น ไฟล์เว็บไซต์มักเป็น .zip, .tar, .tar.gz หรือไฟล์ฐานข้อมูลควรเป็น .sql
- วันที่และเวลาของไฟล์ – ควรตรงกับรอบ Backup ที่ตั้งไว้ เพื่อป้องกันการหยิบไฟล์เก่าผิดวันมาใช้งาน
ขั้นที่ 2 : ทดลองแตกไฟล์ (Extract Test)
ทดลองแตกไฟล์บนเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือบนเซิร์ฟเวอร์ ผ่านโปรแกรมมาตรฐาน เช่น unzip / tar หรือโปรแกรมจัดการไฟล์ทั่วไป และดูว่า…
- แตกไฟล์ได้จนจบกระบวนการ
- ไม่มี Error ขึ้นระหว่างทาง
- ได้โฟลเดอร์และไฟล์ครบถ้วน
ขั้นที่ 3 : ตรวจสอบโครงสร้างไฟล์เว็บ
แม้จะแตกไฟล์ได้ไม่มีปัญหา แต่ก็ยังต้องดูกันต่อว่าโครงสร้างข้างในไฟล์นั้นถูกต้องหรือไม่ โดยโครงสร้างของเว็บควรมี…
- โฟลเดอร์ไฟล์เว็บไซต์ (เช่น public_html, www, site เป็นต้น)
- ไฟล์ระบบหรือไฟล์ตั้งค่าที่สำคัญ (config)
- โฟลเดอร์อัปโหลด เช่น images / uploads / media
ขั้นที่ 4 : ตรวจสอบไฟล์ฐานข้อมูล (Database)
ส่วนที่มักสร้างปัญหามากที่สุดเวลากู้ข้อมูล โดยให้ตวรจสอบไฟล์ .sql ด้วย Text Editor ว่า…
- เห็นเป็นข้อความคำสั่ง SQL ปกติ
- ไฟล์ไม่ควรเป็นอักขระมั่วหรือไฟล์ว่าง
- ทดลอง Import ลงฐานข้อมูลเปล่าดูว่า Import ได้จนจบหรือไม่
ขั้นที่ 5 : ทดลอง Restore ในสภาพแวดล้อมทดสอบ
นับเป็นขั้นตอนที่แม่นยำที่สุด เพราะเป็นการลองกู้จริงเลย เพียงแต่ทำในพื้นที่ปลอดภัย เช่น
- Subdomain สำหรับทดสอบ
- Server หรือ Hosting สำรอง
- Localhost / Docker
- Test Environment ที่แยกจากเว็บจริง
โดยระหว่างทดลอง Restore ให้เช็กดูว่า
- เว็บเปิดได้ตามปกติไหม
- มี Error ร้ายแรงหรือไม่
- หน้าเว็บและข้อมูลแสดงครบหรือเปล่า
หากทดสอบผ่าน หมายความว่าไฟล์ Backup ใช้งานได้จริง
ขั้นที่ 6 : ตรวจสอบ Log หรือรายงานผล Backup
ในหลาย ๆ ระบบจะมี Log หรือ Report การ Backup ซึ่งมักถูกมองข้ามอยู่ โดยให้ตรวจสอบข้อมูลใน Log ว่า…
- Backup เสร็จสมบูรณ์หรือไม่
- มีไฟล์ไหนถูก Skip หรือ Error หรือเปล่า
- มี Warning ที่เกี่ยวกับพื้นที่หรือสิทธิ์ไฟล์หรือไม่
สัญญาณที่บอกว่าไฟล์ Backup อาจใช้งานไม่ได้
แม้จะมีไฟล์ Backup อยู่ แต่ถ้าเจอสัญญาณเหล่านี้ข้อใดข้อหนึ่ง แนะนำให้หยุดการ Restore ในทันที และตรวจสอบก่อน เพราะมีโอกาสสูงที่ไฟล์จะไม่สมบูรณ์หรือกู้คืนแล้วเว็บพัง
จากขั้นตรวจสอบไฟล์
- ไฟล์ Backup มีขนาด 0 KB
- ขนาดไฟล์เล็กผิดปกติเมื่อเทียบกับ Backup รอบก่อน
- ชื่อไฟล์หรือนามสกุลผิดจากรูปแบบเดิม
- วันที่ไฟล์ไม่ตรงกับรอบ Backup ที่ตั้งไว้
- ดาวน์โหลดไฟล์มาแล้วเปิดไม่ได้ หรือดาวน์โหลดไม่ครบ
จากขั้นตอนแตกไฟล์
- แตกไฟล์ไม่สำเร็จ หรือหยุดกลางทาง
- พบ Error เช่น “unexpected end of archive” หรือ “cannot open file”
- แตกไฟล์ได้แค่บางโฟลเดอร์หรือไฟล์หายไป
- แตกไฟล์แล้วได้โฟลเดอร์ว่างเปล่า
จากโครงสร้างไฟล์เว็บไซต์
- ไม่มีโฟลเดอร์ไฟล์เว็บไซต์หลัก
- ไม่มีไฟล์ระบบหรือไฟล์ตั้งค่าที่สำคัญ
- มีแต่โฟลเดอร์เปล่า ไม่มีไฟล์จริง
- โครงสร้างไฟล์ผิดจากรูปแบบปกติของเว็บไซต์
จากไฟล์ฐานข้อมูล
- ไฟล์ .sql เปิดไม่ได้หรือเป็นอักขระมั่ว
- ไฟล์ฐานข้อมูลว่าง หรือมีขนาดเล็กผิดปกติ
- Import ฐานข้อมูลแล้วเกิด Error ระหว่างทาง
- คำสั่ง SQL ขาดตอนหรือไม่ครบ
- Import ไม่จบกระบวนการ
จากการทดสอบ Restore
- เว็บเปิดไม่ได้ หรือขึ้น Error Page
- ข้อมูลบางส่วนหาย เช่น รูปภาพหรือบทความ
- หน้าเว็บโหลดได้แต่ระบบหลังบ้านใช้งานไม่ได้
- เกิด Error ซ้ำ ๆ หลัง Restore แม้ไฟล์จะครบ
จาก Log หรือรายงานการ Backup
- มีสถานะ Failed หรือ Skipped ใน Log
- พบ Warning เกี่ยวกับสิทธิ์ไฟล์หรือพื้นที่เต็ม
- Backup สำเร็จแต่มี Error แทรกอยู่
- ไม่มี Log หรือ Report ให้ตรวจสอบเลย
หากพบปัญหาควรทำอย่างไร?
- หยุดการ Restore ทันที
- เปลี่ยนไปใช้ไฟล์ Backup ชุดอื่น
- สร้าง Backup ใหม่จากแหล่งต้นทาง
- ตรวจสอบระบบ Backup อัตโนมัติว่าทำงานปกติหรือไม่
- อย่าลืมเก็บ Backup ไว้หลายชุด ตามกฎ 3-2-1
ควรตรวจสอบไฟล์ Backup บ่อยแค่ไหน?
- เว็บทั่วไป → เดือนละครั้ง
- เว็บที่อัปเดตบ่อย → สัปดาห์ละครั้ง
- เว็บธุรกิจ / ร้านค้าออนไลน์ → ทดสอบเป็นรอบประจำ
ดังนั้นอย่ารอให้เกิดปัญหาแล้วค่อยตรวจ เพราะตอนนั้นอาจไม่มี Backup ที่ใช้ได้เหลืออยู่เลย
การมี Backup อย่างเดียวอาจไม่พอ แต่ต้องเลือกใช้ไฟล์ที่พร้อม Restore จริง และรู้จักสังเกตความผิดปกติของไฟล์ Backup อยู่เสมอ โดยยิ่งเว็บสำคัญมากเท่าไหร่ ขั้นตอนเหล่านี้ยิ่งไม่ควรถูกข้ามมากเท่านั้น
หากคุณกำลังมองหาเว็บโฮสติ้งที่ใช้งานง่ายและปลอดภัย สามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจ Web Hosting ของเราได้ที่
👉 https://www.hostatom.com/web-hosting