ชั้น 29 ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

999/9 พระราม 1 กรุงเทพฯ 10330

บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด

0-2107-3466

โทรเลยดิจะรออะไร

Home เรื่องทั่วไป Typosquatting คืออะไร? รู้ทันโดเมนเลียนแบบ พร้อมวิธีป้องกันสำหรับผู้ใช้และธุรกิจ

Typosquatting คืออะไร? รู้ทันโดเมนเลียนแบบ พร้อมวิธีป้องกันสำหรับผู้ใช้และธุรกิจ

ข้อความในภาพอธิบาย Typosquatting และวิธีป้องกันสำหรับผู้ใช้และธุรกิจ พร้อมไอคอนเว็บไซต์และความปลอดภัยทางอินเทอร์เน็ตด้านขวา

ในแต่ละวันมีการจดทะเบียนโดเมนใหม่จำนวนมาก และไม่น้อยเลยที่เป็นโดเมนซึ่งตั้งใจสะกดให้ใกล้เคียงกับแบรนด์จริง เพื่อใช้สวมรอย หลอกขโมยข้อมูล หรือสร้างความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของธุรกิจ

หลายคนตรวจสอบชื่อเว็บไซต์เพียงคร่าวๆ ก่อนคลิกลิงก์หรือกรอกข้อมูล โดยเฉพาะเมื่อโดเมนนั้นมีหน้าตาคล้ายกับเว็บไซต์ที่คุ้นเคย ผู้ไม่หวังดีจึงอาศัยจุดอ่อนนี้สร้างโดเมนเลียนแบบขึ้นมา เพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานหลงกดเข้ามาดาวน์โหลดไฟล์ หรือกรอกข้อมูลสำคัญโดยไม่ทันระวัง

ภัยลักษณะนี้เรียกว่า Typosquatting ซึ่งอาจแตกต่างจากโดเมนจริงเพียงตัวอักษรเดียว แต่สร้างความเสียหายได้ตั้งแต่การขโมยรหัสผ่าน
ไปจนถึงการโจมตีทางการเงินและชื่อเสียง

บทความนี้ จะพาคุณไปเจาะลึกรูปแบบของโดเมนเลียนแบบที่พบบ่อย ผลกระทบที่ต้องระวัง พร้อมแนวทางป้องกันที่นำไปปรับใช้ได้ทันที

Typosquatting คืออะไร และทำงานอย่างไร?

Typosquatting คือการจดทะเบียนชื่อโดเมนที่มีลักษณะคล้ายกับโดเมนจริง โดยอาศัยความผิดพลาดในการพิมพ์หรือการสังเกตของผู้ใช้งาน เช่น สลับตำแหน่งตัวอักษร ตัดตัวอักษรบางตัว หรือเปลี่ยนนามสกุลโดเมน

What is Typosquatting (Attack Flow)

เมื่อผู้ใช้งานหลงกดเข้าโดเมนดังกล่าว ก็อาจพบกับหน้าเว็บปลอมที่ถูกดีไซน์มาให้เหมือนจริงทุกประการ เพื่อหลอกให้กรอก Username, Password, ข้อมูลบัตรเครดิต หรือข้อมูลส่วนบุคคล

แม้ในทางเทคนิค ระบบ DNS จะแยกแยะได้ว่าโดเมนจริงกับโดเมนปลอมคือคนละเว็บกัน แต่มิจฉาชีพไม่ได้ฉวยโอกาสจากช่องโหว่ของระบบ แต่ใช้วิธีสร้าง “ความคล้ายคลึงของชื่อโดเมน” ที่แนบเนียนจนผู้ใช้งานสังเกตได้ยาก และยอมส่งมอบข้อมูลให้โดยไม่ทันระวัง

6 รูปแบบของโดเมนเลียนแบบที่พบบ่อย

Infographic showing six common typosquatting techniques: character transposition, character omission, character substitution, combosquatting, wrong TLD, and IDN homograph attack (with Thai labels for each).

1. Character Transposition: สลับตำแหน่งตัวอักษร

ผู้โจมตีสลับตำแหน่งตัวอักษรที่อยู่ติดกัน โดยหวังว่าผู้ใช้งานจะพิมพ์ผิดหรือมองไม่เห็นความแตกต่าง

  • โดเมนจริง: mybrand.example
  • โดเมนเลียนแบบ: mybrnad.example

2. Character Omission: ตัดตัวอักษรออก

ผู้โจมตีลบตัวอักษรหนึ่งตัวจากชื่อโดเมนจริง โดยเฉพาะชื่อที่มีตัวอักษรซ้ำหรือมีความยาวมาก

  • โดเมนจริง: mybrand.example
  • โดเมนเลียนแบบ: mybrnd.example

3. Character Substitution: เปลี่ยนตัวอักษร

ผู้โจมตีเปลี่ยนตัวอักษรบางตัวเป็นอักษรหรือตัวเลขที่มีรูปร่างคล้ายกัน เช่น ตัว O กับเลข 0 หรือตัว l กับเลข 1

  • โดเมนจริง: onlineshop.example
  • โดเมนเลียนแบบ: 0nlineshop.example

4. Combosquatting: เติมคำลงในชื่อโดเมนขยายความน่าเชื่อถือ

ผู้โจมตีเติมคำที่ดูน่าเชื่อถือลงในชื่อแบรนด์ ทำให้ดูเหมือนเป็นหน้าเว็บทางการ เช่น login, secure, account, payment หรือ support

  • mybrand-login.example
  • secure-mybrand.example
  • mybrand-support.example

โดเมนลักษณะนี้อาจดูน่าเชื่อถือ โดยเฉพาะเมื่อถูกส่งมาพร้อมข้อความเร่งด่วน เช่น “บัญชีของคุณกำลังถูกระงับ กรุณายืนยันข้อมูลทันที”

5. Wrong TLD: เปลี่ยนนามสกุลโดเมน

ผู้โจมตีใช้ชื่อเหมือนหรือคล้ายกับแบรนด์จริง แต่เปลี่ยนนามสกุลโดเมนด้านท้าย เช่น เปลี่ยนจาก .com เป็น .net, .co หรือ .cc

ผู้ใช้งานที่จำเฉพาะชื่อแบรนด์และไม่ได้ตรวจสอบนามสกุลโดเมน อาจเข้าเว็บไซต์ผิดโดยไม่รู้ตัว

  • ตัวอย่าง: yourbrand.net, yourbrand.co, yourbrand.cc

6. IDN Homograph Attack: ใช้อักษรต่างภาษาที่มีรูปร่างคล้ายกัน

Internationalized Domain Name หรือ IDN เปิดให้ใช้ตัวอักษรจากหลายภาษาในชื่อโดเมน ผู้โจมตีอาจนำตัวอักษรจากคนละชุดภาษาที่มีรูปร่างคล้ายกันมาใช้แทนตัวอักษรปกติ

ซึ่ง ICANN ระบุว่า Homograph Attack อาศัยความเหมือนหรือความใกล้เคียงทางสายตาของตัวอักษรและสัญลักษณ์เพื่อสร้างความสับสนให้ผู้ใช้งาน เช่น ตัวอักษร Latin “a” กับตัวอักษร Cyrillic “а” อาจดูคล้ายกันมากจนผู้ใช้งานทั่วไปแยกไม่ออก

Typosquatting ถูกนำไปใช้ทำอะไรได้บ้าง?

เป้าหมายของผู้โจมตีไม่ได้มีแค่การดักทราฟฟิกคนที่พิมพ์ผิดเท่านั้น แต่โดเมนเหล่านี้มักถูกนำไปใช้เป็นเครื่องมือในภัยไซเบอร์ที่ร้ายแรงกว่า เช่น:

  • ขโมยข้อมูลด้วย Phishing
    ผู้โจมตีสร้างหน้า Login เลียนแบบเว็บไซต์จริง เพื่อหลอกให้ผู้ใช้งานกรอก Username, Password, รหัส OTP หรือข้อมูลทางการเงิน
  • แพร่กระจาย Malware
    เว็บไซต์ปลอมอาจหลอกให้ดาวน์โหลดเอกสาร โปรแกรม หรือไฟล์อัปเดตที่มี Malware, Ransomware หรือโปรแกรมขโมยข้อมูลซ่อนอยู่
  • สร้างรายได้จากโฆษณาหรือการ Redirect
    โดเมนที่มีผู้พิมพ์ผิดบ่อยอาจถูกใช้แสดงโฆษณา หรือ Redirect ผู้ใช้งานไปยังเว็บไซต์อื่นเพื่อสร้างรายได้
  • แอบอ้างแบรนด์หรือหลอกคู่ค้า
    ผู้โจมตีอาจใช้โดเมนเลียนแบบสร้างอีเมลที่ดูคล้ายอีเมลบริษัท เพื่อขอเปลี่ยนบัญชีรับเงิน ส่งใบแจ้งหนี้ปลอม หรือหลอกให้เปิดเผยข้อมูลภายใน

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

สองภาพประกอบความปลอดภัยไซเบอร์: สำหรับผู้ใช้งาน และสำหรับธุรกิจ

สำหรับผู้ใช้งาน

  • บัญชีผู้ใช้และรหัสผ่านถูกแฮก
  • ข้อมูลการเงินและบัตรเครดิตรั่วไหล
  • อุปกรณ์ติด Malware หรือ Ransomware
  • สูญเสียเงินจากการชำระเงินไปยังบัญชีปลอม
  • บัญชีที่ถูกขโมยถูกนำไปใช้หลอกบุคคลอื่นต่อ

สำหรับธุรกิจ

  • ลูกค้าและคู่ค้าสูญเสียความเชื่อมั่น
  • แบรนด์ถูกนำไปใช้ในแคมเปญ Phishing
  • ข้อมูลขององค์กรหรือลูกค้ารั่วไหล
  • เกิดความเสียหายทางการเงินและชื่อเสียง
  • มีค่าใช้จ่ายในการตรวจสอบ แจ้งเตือน และจัดการเหตุการณ์
  • อาจต้องดำเนินการด้านกฎหมายหรือข้อพิพาทเกี่ยวกับโดเมน

วิธีตรวจสอบและป้องกันสำหรับผู้ใช้งานทั่วไป

1) ตรวจสอบชื่อโดเมนทั้งหมดก่อนเปิดเว็บไซต์

อย่าตรวจสอบเฉพาะชื่อแบรนด์ ให้ดูตัวสะกด เครื่องหมายขีดกลาง ตัวเลข และนามสกุลโดเมนด้วย 

สำหรับลิงก์ที่ส่งมาทางอีเมล ควรนำเมาส์ไปวางเหนือลิงก์เพื่อตรวจสอบปลายทางก่อนคลิก ส่วนโทรศัพท์มือถืออาจกดลิงก์ค้างเพื่อดู URL โดยไม่เปิดเว็บไซต์

2) ใช้ Bookmark หรือแอปทางการเป็นหลัก

เว็บไซต์ที่ใช้งานเป็นประจำ เช่น Internet Banking, Webmail หรือระบบจัดการองค์กร ควรเปิดจาก Bookmark หรือแอปทางการ ไม่ควรเปิดจากลิงก์ในอีเมลหรือข้อความที่ส่งมาโดยไม่คาดคิด

3) ระวังข้อความที่เร่งให้ดำเนินการทันที

ข้อความที่อ้างว่าบัญชีกำลังถูกระงับ มีการเข้าสู่ระบบผิดปกติ หรือต้องชำระเงินด่วน อาจถูกสร้างขึ้นเพื่อกดดันไม่ให้ผู้ใช้งานตรวจสอบ URL

หากไม่แน่ใจ ให้ติดต่อผู้ให้บริการผ่านช่องทางที่เคยใช้งานหรือข้อมูลติดต่อจากเว็บไซต์ทางการ

4) ใช้งาน Password Manager

Password Manager ที่เชื่อถือได้จะตรวจสอบโดเมนก่อนกรอกข้อมูลโดยอัตโนมัติ หากเปิดเว็บไซต์แล้วระบบไม่กรอกรหัสผ่านให้เหมือนปกติ ควรหยุดและตรวจสอบชื่อโดเมนอีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม ไม่ควรใช้พฤติกรรมของ Password Manager เป็นหลักฐานเพียงอย่างเดียวว่าเว็บไซต์ปลอดภัย

5) เปิดใช้ MFA หรือ Passkey

การยืนยันตัวตนหลายขั้นตอนช่วยลดความเสี่ยงเมื่อรหัสผ่านรั่วไหล หากบริการรองรับ ควรเลือกใช้ Passkey หรือ Security Key ซึ่งทนต่อการโจมตีแบบ Phishing ได้ดีกว่ารหัส OTP

6) อย่าเชื่อถือเว็บไซต์เพียงเพราะมี HTTPS

สัญลักษณ์ HTTPS (รูปกุญแจล็อค) หมายความว่าการเชื่อมต่อระหว่างอุปกรณ์กับเว็บไซต์ถูกเข้ารหัส แต่ไม่ได้ยืนยันว่าเว็บไซต์นั้นเป็นขององค์กรจริง เพราะเว็บไซต์ Phishing สามารถมีใบรับรอง SSL/TLS และแสดง HTTPS ได้เช่นเดียวกัน จึงควรตรวจเช็กชื่อโดเมนควบคู่ไปด้วยเสมอ

สำหรับเจ้าของเว็บไซต์และธุรกิจ

Domain protection for website owners and businesses

1) จดโดเมนใกล้เคียงที่มีความเสี่ยงสูง

ธุรกิจควรพิจารณาจดโดเมนที่เกิดจากการพิมพ์ผิดบ่อย นามสกุลหลัก และชื่อแบรนด์ในรูปแบบสำคัญ

จากนั้นให้ตั้งค่า 301 Redirect เพื่อส่งทราฟฟิกจากโดเมนเหล่านั้นกลับมายังเว็บไซต์หลักทันที เปลี่ยนความผิดพลาดของลูกค้าให้กลายมาเป็นทราฟฟิกของเว็บจริง***

2) เฝ้าระวังโดเมนและใบรับรองที่คล้ายกับแบรนด์

ใช้บริการ Domain Monitoring เพื่อตรวจสอบโดเมนที่จดทะเบียนใหม่ รวมถึงติดตามการออกใบรับรอง SSL/TLS ให้แก่โดเมนที่มีชื่อคล้ายแบรนด์

การตรวจพบเร็วช่วยให้องค์กรแจ้งเตือนผู้ใช้งาน รวบรวมหลักฐาน และเริ่มกระบวนการระงับเว็บไซต์ได้ก่อนเกิดความเสียหายในวงกว้าง

3) รักษาความปลอดภัยของโดเมนหลัก

  • เปิด MFA สำหรับบัญชีผู้จดทะเบียนโดเมน
  • ใช้รหัสผ่านที่ไม่ซ้ำกับระบบอื่น
  • เปิด Auto-renew
  • เปิด Registrar Lock หรือ Registry Lock หากรองรับ
  • จำกัดผู้ที่มีสิทธิ์แก้ไข DNS
  • ตรวจสอบประวัติการเปลี่ยนแปลง DNS
  • จัดเก็บข้อมูลผู้จดทะเบียนและช่องทางกู้คืนให้เป็นปัจจุบัน

4) ตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC

SPF, DKIM และ DMARC ช่วยลดการปลอมส่งอีเมลโดยใช้โดเมนจริงขององค์กร และช่วยให้องค์กรได้รับรายงานเกี่ยวกับการใช้งานโดเมนในระบบอีเมล

อย่างไรก็ตาม มาตรการเหล่านี้ไม่สามารถป้องกันผู้โจมตีจากการจดทะเบียนโดเมนที่มีชื่อคล้ายขึ้นมาใหม่ได้ จึงต้องใช้ร่วมกับ Domain Monitoring, การอบรมผู้ใช้งาน และระบบตรวจจับ Phishing

5) เตรียมแผนรับมือโดเมนเลียนแบบ

เมื่อพบโดเมนน่าสงสัย ควรดำเนินการดังนี้

  • บันทึกชื่อโดเมน URL ภาพหน้าจอ วันเวลา และอีเมลที่เกี่ยวข้อง
  • ตรวจสอบว่าโดเมนใช้แอบอ้างแบรนด์หรือเก็บข้อมูลหรือไม่
  • แจ้ง Registrar, Hosting Provider และผู้ให้บริการที่เกี่ยวข้อง
  • Block โดเมนในระบบอีเมล DNS Filter หรือ Secure Web Gateway
  • แจ้งเตือนพนักงาน ลูกค้า และคู่ค้าที่อาจได้รับผลกระทบ
  • ประเมินการใช้ UDRP หรือกระบวนการทางกฎหมาย

UDRP ใช้กับข้อพิพาทเกี่ยวกับการจดทะเบียนโดเมนโดยไม่สุจริตที่เกี่ยวข้องกับสิทธิในเครื่องหมายการค้า แต่ผู้ร้องต้องมีคุณสมบัติและแสดงหลักฐานตามข้อกำหนดของ ICANN

สรุป

Typosquatting คือภัยไซเบอร์ที่อาศัยเพียง “ความผิดพลาดเล็กๆ ในการพิมพ์” แต่สามารถนำไปสู่การขโมยบัญชี การติด Malware การฉ้อโกงทางการเงิน และความเสียหายต่อชื่อเสียงของธุรกิจได้

ผู้ใช้งานควรตรวจสอบ URL ใช้ Bookmark เปิด MFA และหลีกเลี่ยงลิงก์ที่ส่งมาพร้อมข้อความเร่งด่วน ส่วนธุรกิจควรจดโดเมนที่มีความเสี่ยงสูง เฝ้าระวังโดเมนเลียนแบบ รักษาความปลอดภัยของบัญชีผู้จดทะเบียน และเตรียมกระบวนการรับมือเมื่อพบการแอบอ้าง

ไม่มีมาตรการใดป้องกัน Typosquatting ได้ทั้งหมด การป้องกันที่มีประสิทธิภาพจึงต้องใช้ทั้งเทคโนโลยี การเฝ้าระวัง และความรู้ของผู้ใช้งานร่วมกัน

หากคุณกำลังวางแผนสร้างเว็บไซต์ หรือต้องการจดโดเมนสำหรับธุรกิจ hostatom  พร้อมให้คำแนะนำเรื่องการเลือกชื่อโดเมน การจดทะเบียน และการดูแลระบบที่เกี่ยวข้องอย่างครบวงจร

จดทะเบียนโดเมน:
https://www.hostatom.com/domain-name/

โอนย้ายโดเมน:
https://www.hostatom.com/domain-transfer/

ติดต่อเรา:

📞 0-2107-3466

❤️ Website: hostatom.com 

💚 Line: @hostatom