ชั้น 29 ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

999/9 พระราม 1 กรุงเทพฯ 10330

บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด

0-2107-3466

โทรเลยดิจะรออะไร

Home SEO 13 ปลั๊กอิน WordPress SEO ที่ดีที่สุด

13 ปลั๊กอิน WordPress SEO ที่ดีที่สุด

13 best plugin WordPress SEO

หลายๆคนที่สร้างเว็บไซต์จาก wordpress คงจะรู้จักกับการทำ SEO มาบ้างแล้ว ว่ามันส่งผลดีต่อหน้าเว็บเราอย่างไร ซึ่งประโยชน์ของ SEO นั้นช่วยองค์กรได้อย่างมาก อาทิเช่น การทำให้หน้าเว็บของเรามีผู้ชมที่เพิ่มขึ้นอย่างมาก สร้างโอกาสในการขายเพิ่มขึ้น สร้างยอดขายได้มากขึ้น และเพิ่มผลกำไรของคุณ วันนี้เราจะมาแนะนำ 13 ปลั๊กอิน WordPress SEO ที่จะทำให้เหล่านักท่องเว็บสามารถเดินทางเข้ามาเว็บไซต์คุณได้ง่ายขึ้นอย่างมาก

1. Yoast SEO

Yoast SEO เป็นที่นิยมอย่างมาก เห็นได้จากรีวิวนับพันนับหมื่น เป็นปลั๊กอินระดับพรีเมียมที่นำเสนอฟีเจอร์ที่เป็นประโยชน์ในการใช้งานและเข้าใจได้ง่าย

ฟีเจอร์การใช้งาน

  • คำแนะนำสำหรับ Internal link
  • รายงานคำค้นหาหลัก ( focus keyword )
  • เครื่องมือวิเคราะห์หน้าเพจและเนื้อหา (page and content analysis tool)
  • Built-in Redirect manager (สำหรับ error404 URL)
  • แผนผังเว็บไซต์ (XML Sitemaps)

 ฟังก์ชั่นของปลั๊กอิน Yoast ในส่วนของเครื่องมือวิเคราะห์หน้าและเนื้อหาที่ Yoast มีนั้นเป็นประโยชน์อย่างมากเพราะช่วยให้เห็นถึงภาพรวมว่าเพจของคุณตอนนี้เป็นอย่างไรด้วยความสามารถในการอ่านความยาวของเนื้อหา ชื่อเรื่องของเนื้อหานั้นๆ (title tags) การกระจายคีย์เวิร์ด (keywords) การเพิ่มข้อความอธิบายในรูปภาพ (alt attributes) และคำอธิบายถึงเนื้อหาของเว็บไซต์ (meta description)

สิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ฟังก์ชั่นการใช้งานของปลั๊กอินตัวนี้ที่จะช่วยเราในการวิเคราะห์เพื่อให้แน่ใจว่ามาถูกทาง

2. All in One SEO Pack

All in One SEO Pack อีกหนึ่งปลั๊กอินที่ได้รับความนิยมอย่างมากการันตีด้วยยอดการดาวน์โหลดมากกว่า 74 ล้านครั้ง ถือเป็นปลั๊กอินใน WordPress ตัวหนึ่งที่มีคุณสมบัติครบถ้วนซึ่งเหมาะแก่การใช้งานทั้งผู้เริ่มต้นและผู้เชี่ยวชาญ

ฟีเจอร์ของปลั๊กอิน:

  • รองรับ Google Accelerated Mobile Pages
  • รองรับ XML Sitemap
  • รองรับ Google Analytics
  • built-in API
  • redirect manager
  • การบูรณาการเว็บไซต์กับอีคอมเมิร์ซ เช่น Shopify
  • การเพิ่มประสิทธิภาพชื่อบล็อกอัตโนมัติ (Automatic blog title optimization.)
  • Automatic meta tags

ผู้ใช้ที่มีความเข้าใจในการoptimizeมากขึ้นแล้วยังสามารถสร้าง meta descriptions,headlines, tags, และ keywords ที่กำหนดเองได้ตามความต้องการ

3. Premium SEO Pack

Premium SEO Pack มี module ที่มีประโยชน์มากมาย ให้คุณได้ใช้ประโยชน์จากทั้งเวอร์ชันฟรีและแบบชำระเงิน สำหรับ regular license ราคาอยู่ $44 ซึ่งก็ถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสมกับฟีเจอร์ที่มีให้ใช้งาน

ฟีเจอร์ของปลั๊กอิน:

  • การวิเคราะห์ Focus Keyword
  • การกำหนด permalinks
  • การรายงานคะแนนภาพรวมของ SEO แต่ละหน้าเพจ
  • การวิเคราะห์หน้าเพจและคำแนะนำ
  • คำแนะนำสำหรับการเลือกใช้ Keyword
  • การตรวจสอบ 404  (404 monitoring)
  • W3C validator
  • การเพิ่มประสิทธิภาพจำนวนมาก (Mass optimization)
  • การทำ SEO ที่โฟกัสเฉพาะพื้นที่นั้นๆ (Local SEO)
  • การทำ video sitemap

ราคาปลั๊กอินนี้อาจจะดูสูงกว่าตัวอื่นๆในลิสต์นี้ แต่ด้วยฟีเจอร์ละความสามารถในการปรับแต่งของ Premium SEO Pack นั้นให้คุัมค่ากับเงินที่เสียไปอย่างแน่นอน ถือเป็นปลั๊กอินยอดเยี่ยมสำหรับมืออาชีพด้าน SEO ที่ช่ำชองและต้องการยกระดับเว็บไซต์ WordPress ของคุณไปอีกขั้น

4. SEOPressor Connect

ปลั๊กอินนี้ใช้ข้อมูล SEO ที่สำคัญที่สุดของคุณและยังจัดตำแหน่งเครื่องมือสำหรับการปรับแต่งไว้ในแดชบอร์ดหน้าเดียวที่ทำใช้งานง่าย แดชบอร์ดนี้ช่วยให้คุณได้เห็นข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับเว็บไซต์ของคุณรวมถึงเรื่องอื่นๆ

จุดขายหลักของปลั๊กอิน SEOPressor คือการเน้นไปที่เนื้อหาเชิงบริบทมากกว่าคีย์เวิร์ด

ราคาการสมัครสมาชิกรายเดือนอยู่ที่ $9 ซึ่งจะได้ฟีเจอร์:

  • การเชื่อมโยงลิงก์ภายในอัตโนมัติ(Automatic internal linking)
  • คะแนนความอ่านง่ายของเนื้อหา (Readability scoring)
  • การตรวจสอบ Over-optimization (keyword ที่ไม่เกี่ยวข้อง,การใส่ keyword มากเกินไป)
  • เครื่องมือสร้างแผนผังเว็บไซต์ (XML sitemap generator)
  • Dynamic spider control

เครื่องมือดูเหมือนจะทำความเข้าใจยาก แต่เมื่อทำความคุณเข้าใจแล้วเครื่องมือเหล่านี้จะเป็นหนทางที่ทำให้คุณสามารถจัดการ SEO ขั้นสูงได้อย่างมีประสิทธิภาพ

5. Semrush

Semrush เป็นปลั๊กอิน WordPress ที่ได้รับความนิยมอย่างมากและยังเป็นปลั๊กอินที่ชื่นชอบของเหล่าผู้เชี่ยวชาญด้าน SEO นักการตลาด บล็อกเกอร์ และเจ้าของธุรกิจ

โดยคุณสามารถใช้ Semrush เพื่อค้นคว้าทุก Insight ของคู่แข่ง ดูภาพรวม SEO และแคมเปญ PPC จนเข้าใจทุกกลยุทธ์และสามารถนำไปปรับใช้กับเว็บไซต์ของคุณ ปลั๊กอินนี้ช่วยให้คุณเปรียบเทียบอันดับกับคู่แข่งได้ถึง 5 โดเมน เพิ่มโอกาสในการแซงหน้าคู่แข่ง

เครื่องมือ SEO ของ Semrush ยังช่วยปรับปรุงเนื้อหาเว็บไซต์โดยรวมของคุณด้วยการช่วยแนะนำให้คุณเขียนเนื้อหาที่เป็นมิตรกับการเสิร์ชมากขึ้น และชี้ให้คุณช่องโหว่ของคอนเทนต์และปรับปรุงให้เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายและเจอคีย์เวิร์ดใหม่ๆ นอกจากนี้ยังช่วยให้คุณได้ Topic หรือหัวข้อคอนเทนต์ที่ส่งผลดีต่อ SEO ด้วย

6. Squirrly SEO

Squirrly SEO ปลั๊กอินนี้มีการติดตั้งมากกว่า 3 ล้านครั้งและมีรีวิวที่ดีมาตลอด เพราะว่าปลั๊กอิน WordPress นี้มีฟีเจอร์ให้เลือกใช้งานมากกว่า 200 รายการ ที่จะช่วยคุณปรับแต่งเนื้อหาของคุณด้วยการอัปเดตทำให้สิ่งต่างๆ สดใหม่อยู่เสมอ

ความแตกต่างระหว่าง Squirrly และปลั๊กอิน SEO แบบ all-in-one อื่นๆ คือมันช่วยให้คุณสามารถเขียนบทความหรือสร้างคอนเทนท์ที่เหมาะสมกับเครื่องมือค้นหา (Search Engine) และพฤติกรรมของผู้บริโภคได้อย่างมีประสิทธิภาพ เรียกได้ว่ามันเป็นปลั๊กอินการตลาดแบบครบวงจรเลยทีเดียว

ฟีเจอร์ที่น่าสนใจ

  • SEO Live Assistant
  • Audit Duplicate Metas
  • On-Demand SEO Audits
  • SEO Strategy

ปลั๊กอินนี้ดาวน์โหลดได้ฟรี แต่ถ้าคุณอยากอัพเกรดเวอร์ชั่นให้ใช้งานได้เต็มรูปแบบก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยการสมัครสมาชิกจะเริ่มต้นที่ $20 สำหรับเดือนแรก ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้งานของคุณด้วย

WordPress Site Speed Plugins

เมื่อคุณได้ทำการ optimize เว็บไซต์ของคุณอย่างดีแล้วปรับปรุง keywords ที่เหมาะสมกับ search trends และตอนนี้คุณมีผู้เข้าชมจำนวนมากขึ้นที่เข้ามาเยี่ยมชมในเว็บไซต์ของคุณ แต่ว่างานของคุณมันยังไม่จบแค่นั้นหรอก ยังเหลืออีกปัญหานึงที่ทุกคนเคยเจอนั่นก็คือ ความเร็วของเว็บไซต์ ไม่มีอะไรจะน่าหงุดหงิดใจเท่าหน้าเว็บที่โหลดช้าหรอกนะ

ความเร็วของเว็บไซต์ของคุณเป็นส่วนสำคัญอย่างยิ่งเพราะทำให้เห็นถึงประสิทธิภาพของเว็บไซต์นั้นๆ และการที่ไม่ใส่ใจกับความเร็วนั้นเป็นเรื่องที่ส่งผลเสียอย่างมากเพราะมันอาจทำให้คุณเสียลูกค้าไปได้ โชคดีที่เรามีปลั๊กอิน WordPress ต่อไปนี้ที่จะช่วยเว็บไซต์ของคุณให้เร็วและ optimize ให้เหมาะสมสำหรับปีต่อๆ ไปด้วย

1. W3 Super Cache

W3 Super Cache ถือเป็นเครื่องมือที่ช่วยเรื่องเพิ่มความเร็วเว็บไซต์ WordPress ของคุณ มันสร้างโดยบริษัทที่รับผิดชอบโดย WordPress เอง ดังนั้นคุณมั่นใจได้เลยว่าคุณภาพของปลั๊กอินนี้นั้นยอดเยี่ยมมาก โดยปลั๊กอินนี้จะจัดการไฟล์แคชของเว็บไซต์คุณเพื่อให้แน่ใจว่าเว็บไซต์จะมีประสิทธิภาพสูงสุด ซึ่งสิ่งนี้จะช่วยปรับปรุงความเร็วไซต์และช่วยให้ผู้ชมเว็บไซต์ได้รับประสบการณ์ที่ดีขึ้น แถมปลั๊กอินนี้ยังใช้ฟรีอีกด้วย

ขนาด Google ยังใช้ เมตริกความเร็วไซต์และแคชในอัลกอริทึมการจัดอันดับ ดังนั้นนี่อาจเป็นความแตกต่างระหว่างคุณกับคู่แข่งว่าใครจะอยู่ในอันดับที่สูงหรือต่ำกว่าด้วย

2. Media File Renamer

ถึงแม้ว่าปลั๊กอินนี้อาจไม่ช่วยให้เว็บไซต์ของคุณเร็วขึ้น แต่ก็สามารถช่วยลดระยะเวลาที่ใช้ในการปรับแต่งรูปภาพและไฟล์ของคุณได้อย่างแน่นอน เพราะการย้อนกลับไปดูไซต์ขนาดใหญ่และการกรองชื่อไฟล์และข้อความอธิบายในรูปภาพ(alt attributes)เป็นเรื่องยุ่งยากมาก

Media File Renamer แก้ปัญหานี้โดยการเปลี่ยนชื่อไฟล์มีเดียตามชื่อภาพ เมื่อมีการอัปเดตไฟล์รูปภาพ เว็บไซต์ทั้งหมดจะได้รับการอัปเดตเพื่อรวมการอ้างอิงเหล่านี้ ปลั๊กอินเวอร์ชันฟรีเป็นตัวเปลี่ยนชื่ออัตโนมัติ ดังนั้นหากคุณต้องการควบคุมการตั้งชื่อด้วยตนเอง คุณอาจจะต้องใช้เวอร์ชันโปรซึ่งการสมัครสมาชิกรายปีเริ่มต้นที่ $24

3. WP Smush

ปลั๊กอินใช้งานง่ายตัวนี้ช่วยให้คุณลดขนาดรูปภาพในไซต์ของคุณได้อย่างดี โดยไม่บีบอัดความสมบูรณ์หรือคุณภาพของรูปภาพโดยรวม

WP Smush รองรับรูปแบบไฟล์ทั่วไปทั้งหมด รวมถึง JPEG, GIF และ PNG นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์

  • ลบสีที่ไม่ได้ใช้ออกจากภาพ
  • ใช้งานร่วมกับปลั๊กอินอื่นๆ ได้ดี
  • การลบ metadata ออกจากรูป JPEG
  • ความสามารถในการจัดการรูปภาพมากกว่า 50 ภาพ/ครั้ง
  • ความสามารถในการระบุรูปภาพที่ทำให้เว็บไซต์ของคุณช้าลง

วิดีโอนี้จากนักพัฒนาจะช่วยแนะนำขั้นตอนต่างๆ ของปลั๊กอินได้ดี

4. WP-Optimize

อีกหนึ่งปลั๊กอินที่มีเครื่องมือใช้งานง่ายที่น่าสนใจ WP-Optimize ปลั๊กอินนี้ช่วยให้คุณเพิ่มประสิทธิภาพและปรับปรุงฐานข้อมูลของไซต์ของคุณ การันตีคุณภาพปลั๊กอินด้วยยอดติดตั้งมากกว่า 17 ล้านครั้งและรีวิวดีๆอีกมากมาย

นอกจากการล้างข้อมูลและเพิ่มประสิทธิภาพฐานข้อมูลของคุณเพื่อให้ทำงานได้ดีขึ้นแล้ว การเพิ่มประสิทธิภาพ WP ยังสามารถจัดการสิ่งต่างๆได้ดังนี้

  • กำหนดเวลาล้างการแก้ไขอัตโนมัติ ความคิดเห็นสแปม เนื้อหาในถังขยะ ฯลฯ
  • การจัดระเบียบตาราง MySQL
  • แสดงภาพรวมสถิติฐานข้อมูล
  • การบีบอัดภาพ
  • การควบคุมแบบละเอียดสำหรับการ optimize โดยเฉพาะ

นอกจากการทำให้เว็บของเรานั้นเร็วแล้ว ยังต้องคำนึงถึงเว็บไซต์รูบแบบมือถือด้วย เพราะการที่เราปล่อยให้เว็บไซต์รูปแบบ มือถือหรือแท็บเบล็ต โหลดช้า เป็นเรื่องที่จะเป็นอุปสรรคอย่างมากต่อความสำเร็จในระยะยาวของคุณ เราเน้นย้ำเสมอว่าความเร็วเป็นสิ่งสำคัญสำหรับเว็บไซต์ที่จะยังคงเป็นเรื่องที่เปรียบเทียบกับคู่แข่งได้ และการทำเว็บไซต์ให้เป็นมิตรกับมือถือ/แท็บเล็ต ก็เป็นอีกส่วนที่สำคัญของSEO

เราจะมาแนะนำปลั๊กอินต่อไปนี้ที่ช่วยทำให้ไซต์ของคุณเป็นมิตรกับมือถือมากขึ้น

WP Touch Pro

WP Touch Pro เป็นตัวเลือกแรกที่เหมาะสมกับหัวข้อนี้ ด้วยยอดดาวน์โหลดมากกว่า 13 ล้านครั้ง เครื่องมือนี้ได้กลายเป็นเครื่องมือหลักสำหรับเกือบทุกคนที่ทำเว็บไซต์ โดยหลักการทำงานของปลั๊กอินนี้จะเปลี่ยนแปลงเว็บไซต์ของคุณด้วยธีมที่เน้นสำหรับการใช้งานบนมือถือเป็นหลัก การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยปรับปรุงเว็บไซต์ ทำให้อ่านได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ปลั๊กอินนี้จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพเนื้อหาของคุณสำหรับขนาดหน้าจอต่างๆ

ที่สำคัญเลยคือ Google ยังแนะนำให้ใช้ WP Touch Pro ดังนั้นการนำไปใช้อาจหมายความว่าเว็บไซต์ของคุณทำงานได้ดีขึ้นในการจัดอันดับการค้นหาของอากู๋ด้วย

Autoptimize

ไม่ว่าเว็บไซต์ของคุณจะใช้โฮสติ้งผ่านผู้ให้บริการเจ้าดัง เช่น GoDaddy หรือเพียงทำเว็บไซต์ผ่าน WordPress.com ใดๆก็ตามปลั๊กอิน Autoptimize เป็นปลั๊กอินที่ยอดเยี่ยมที่ช่วยปรับปรุงความเร็วในการอัปโหลดเว็บโดยรวมของไซต์ของคุณ โดยการปรับฐานข้อมูลให้เหมาะสม ลบแคช และรวมสคริปต์ การเปลี่ยนแปลงเหล่านี้สามารถลดเวลาในการโหลดเว็บไซต์ของคุณได้มากถึง 30% ซึ่งถือว่าเป็นตัวช่วยที่ดีอย่างมาก

ปลั๊กอินนี้ใช้งานง่ายสุดๆ แถมยังมีรูปแบบราคาให้เลือกมากมาย

WordPress Analytics Plugins

เพราะความรู้คืออำนาจและในฐานะเจ้าของเว็บไซต์ คุณควรจะรู้ข้อมูลไซต์ของตัวเองเพราะข้อมูลไม่เคยโกหกและจะบอกคุณถึงข้อเท็จจริงที่ยากเย็นแสนเข็ญเกี่ยวกับการทำงานของไซต์ของคุณ และสิ่งที่คุณต้องทำการปรับปรุง

Google Analytics เป็นตัวเลือกที่ดีที่สุดในการทำวิเคราะห์ข้อมูล และคุณหากใช้ได้อย่างเหมาะสมมันสามารถช่วยคุณกำหนดกลยุทธ์ที่มีประสิทธิภาพที่ดีต่อประสบการณ์เว็บไซต์ของคุณได้ อีกทั้งยังมีปลั๊กเพิ่มเติมที่อยากแนะนำ ปลั๊กอินเหล่านี้ถูกออกแบบมาเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บไซต์ของคุณได้

1. Monster Insights

ไม่มีรายชื่อเว็บไซต์ใดในปลั๊กอิน Google Analytics ที่จะสมบูรณ์หากไม่มีการใช้งาน MonsterInsights การกล่าวแบบนี้หมายความว่าปลั๊กอินตัวนี้เป็นปลั๊กอินที่เรียกได้ว่าอยู่มาคู่กับทุกเว็บไซต์ มีการติดตั้งมากกว่า 85 ล้านครั้งและได้รับความนิยมอย่างมากด้วยซึ่งข้อได้เปรียบที่สำคัญของ MonsterInsights คือมันติดตั้งได้ง่ายสุด ๆ และไม่จำเป็นต้องมีความรู้ด้านการเขียนโค้ดเลย

เมื่อคุณเริ่มใช้งานแล้ว ปลั๊กอินจะบอกคุณอย่างละเอียดว่าผู้เยี่ยมชมเข้ามาในเว็บไซต์ WordPress ของคุณได้อย่างไร สาเหตุอาจเป็นเพราะการอ้างอิง คียเวิร์ด หรือback link ซึ่งข้อมูลพวกนี้สามารถช่วยคุณเห็นข้อดีหรือข้อเสียของเว็บไซต์ตัวเองเพื่อนำมาปรับปรุงให้เหมาะสมกับเว็บไซต์ของคุณเอง เพื่อที่เหล่านักท่องเว็บจะได้มองเห็นและเข้ามายังเว็บไซต์ของคุณ

นอกจากนี้ MonsterInsights ยังช่วยให้คุณรู้จักผู้เข้าชมเว็บไซต์ของคุณได้ดีขึ้น คุณสามารถค้นหาอายุ ประเทศ เพศของพวกเขา หรือแม้แต่เบราว์เซอร์ที่พวกเขาใช้ ซึ่งคุณสมบัติเหล่านี้เป็นเพียงส่วนนึงของปลั๊กอินตัวนี้ เมื่อพูดถึงเครื่องมือมากมายที่ MonsterInsights มอบให้ขอบอกได้เลยว่าเป็นปลั๊กอินที่ must have สุดๆ

2. Google Analytics Dashboard (Exact Metrics)

เป็นตัวเลือกที่ไม่ต้องคิดมากเลย สำหรับปลั๊กอิน Google Analytics Dashboard (Exact Metrics) คุณภาพสูงการันตีด้วยการติดตั้ง ถึง 29 ล้านครั้ง เครื่องมืออันทรงพลังนี้สามารถแสดงข้อมูลของคุณในแดชบอร์ด WordPress ด้วยความแม่นยำ

โดยปลั๊กอินนี้ไม่เพียงแต่แสดงอัตรา bounce rates, views, keywords, และอื่นๆ แต่ยังแสดงสถิติแบบเรียลไทม์ที่เป็นประโยชน์อีกด้วย คุณสามารถตรวจสอบผู้เยี่ยมชมและทราฟฟิกที่เกิดขึ้นได้

หมายเหตุ:การติดตั้งปลั๊กอินนั้นซับซ้อนกว่าตัวเลือกอื่นเล็กน้อย แต่เชื่อเถอะว่าความพยายามที่จะเรียนรู้มันนั้นคุ้มค่าแน่นอน

3. Analytify

จะทำอย่างไรหากคุณต้องการตัวเลือกที่มีประโยชน์เหมือนกับตัวเลือกอื่นๆ แต่ง่ายกว่าและเข้าใจง่ายกว่ามากนั่นคือสิ่งที่ Analytify จะช่วยคุณได้

ปลั๊กอิน WordPress ยอดนิยมตัวนี้ช่วยลดความซับซ้อนของข้อมูล Google Analytics เพื่อให้คุณเข้าใจภาพรวมได้ดีขึ้นว่าเกิดอะไรขึ้นกับเว็บไซต์ของคุณเพียงแค่เหลือบตามองอย่างรวดเร็ว การติดตั้งก็ง่ายดาย ทันทีที่คุณเริ่มต้นใช้งานปลั๊กอินนี้จะแสดงข้อมูลการวิเคราะห์ในแดชบอร์ด WordPress ของคุณ

การวิเคราะห์ข้อมูลช่วยปรับปรุงและเพิ่มคะแนน SEO ของคุณ โดยให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับวิธีการปรับปรุงส่วนต่างๆของเว็บไซต์ โดยคุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับผู้ชมเว็บไซต์ ทั้งสิ่งที่ชอบและไม่ชอบ อัตราการรักษาผู้ชม การมีส่วนร่วม และอื่นๆอีกมากมาย การรู้ข้อมูลทั้งหมดนี้จะช่วยให้คุณสร้างกลยุทธ์ทางการตลาดที่ปรับแต่งได้ดียิ่งขึ้น

สรุป

ปลั๊กอินที่ถูกพูดถึงในบทความนี้ เป็นเพียงเครื่องมือที่ออกแบบมาเพื่อช่วยให้งานของคุณง่ายขึ้น คุณสามารถเลือกตามความต้องการใช้งาน เพื่อทดลองใช้งานปลั๊กอินว่าตัวไหน เป็นตัวเลือกเหมาะสมที่สุดสำหรับการใช้งานของคุณ

อย่าลืมว่าการ optimize หรือกระบวนการใดๆ ก็ตามต้องใช้เวลา เว็บไซต์ของคุณก็ต้องใช้เวลาในการเติบโตไม่ต่างกัน แต่ด้วยเครื่องมือเหล่านี้และการเรียนรูู้อย่างไม่สิ้นสุด จะทำคุณเข้าใกล้เป้าหมายการทำ WordPress SEO ที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีแบบคาดไม่ถึงเลยล่ะ