ชั้น 29 ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

999/9 พระราม 1 กรุงเทพฯ 10330

บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด

0-2107-3466

โทรเลยดิจะรออะไร

knowledge base › Plesk › วิธีใช้งาน Git บน Plesk เพื่อเชื่อมต่อกับ GitHub

วิธีใช้งาน Git บน Plesk เพื่อเชื่อมต่อกับ GitHub

สำหรับผู้ที่พัฒนาเว็บไซต์และจัดเก็บ Source Code ไว้บน GitHub สามารถใช้งาน Git บน Plesk เพื่อเชื่อมต่อ Repository และนำ Source Code จาก GitHub มา Deploy ลงเว็บไซต์ได้โดยไม่จำเป็นต้องอัปโหลดไฟล์ผ่าน FTP หรือ File Manager ทุกครั้ง

Plesk รองรับการเชื่อมต่อกับ Remote Git Repository เช่น GitHub และสามารถกำหนด Branch, Directory รวมถึงรูปแบบการ Deploy ได้ โดยคู่มือนี้จะแนะนำการเชื่อมต่อกับ GitHub Private Repository ผ่าน SSH

Table of Contents

1. คัดลอก SSH URL จาก GitHub

Login เข้าใช้งาน GitHub และเปิด Repository ที่ต้องการเชื่อมต่อ คลิกปุ่ม Code เลือก SSH แล้วคัดลอก SSH URL ของ Repository ตัวอย่าง SSH URL: [email protected]:username/repository-name.git
คัดลอก SSH URL ของ Repository จาก GitHub

สำหรับ Private Repository จำเป็นต้องกำหนดสิทธิ์ให้ Plesk สามารถเข้าถึง Repository ก่อน จึงจะสามารถ Clone หรือ Pull Source Code ได้

2. เพิ่ม Repository บน Plesk

เริ่มจาก Login เข้าใช้งาน Plesk

Login เข้าใช้งาน Plesk

ที่แท็บ Websites & Domains เลือก Domain ที่ต้องการ แล้วคลิก Git

เข้าเมนู Git บน Plesk

คลิก Add Repository

เพิ่ม Git Repository บน Plesk
จะแสดงหน้าต่าง Create repository
  • เลือก Remote Repository
  • วาง SSH URL ที่คัดลอกจาก GitHub ในช่อง Repository URL
เพิ่ม Remote Repository และระบุ SSH URL บน Plesk

หลังจากนั้นระบบจะแสดง SSH public key content
คัดลอก SSH Public Key เพื่อนำไปเพิ่มใน GitHub โดยในขั้นตอนนี้ยังไม่ต้องคลิก Create

คัดลอก SSH Public Key จาก Plesk

3. เพิ่ม Deploy key บน GitHub

หลังจาก Login เข้า GitHub และเปิด Repository ที่ต้องการเชื่อมต่อกับ Plesk
คลิกแท็บ Settings ใน Repository ที่ต้องการเชื่อมต่อ แล้วไปที่แถบด้านซ้าย คลิก Deploy keys จากนั้นคลิก Add deploy key

เข้าเมนู Deploy keys ใน GitHub Repository

ในหน้า Deploy keys

  • Title ตั้งชื่อ Key เพื่อให้ทราบว่าใช้สำหรับอะไร
  • Key วาง SSH Public Key ที่คัดลอกจาก Plesk
  • หากใช้เพื่อ Deploy เท่านั้น ไม่ต้องเลือก Allow write access

จากนั้น คลิก Add key

เพิ่ม Deploy Key และวาง Public Key บน GitHub

4. ตั้งค่า Deployment บน Plesk

หลังจากเพิ่ม Deploy key บน GitHub แล้ว ให้กลับมาที่หน้า Create repository ใน Plesk ในส่วน Deployment settings กำหนดค่าดังนี้
  • Deployment mode: แนะนำเลือก Manual เพื่อให้สามารถสั่ง Deploy ไฟล์ด้วยตนเอง
  • Server path: Directory ปลายทางที่ Plesk จะนำไฟล์จาก Repository ไปวางบนเว็บไซต์ ควรตรวจสอบให้ตรงกับเว็บไซต์ที่ต้องการ Deploy
จากนั้นคลิก Create
ตั้งค่า Manual Deployment และ Server path บน Plesk

5. จัดการ Repository บน Plesk

เมื่อสร้าง Repository สำเร็จ Plesk จะแสดงหน้าจัดการ Repository สำหรับตรวจสอบ Branch ดึงการเปลี่ยนแปลงจาก GitHub และ Deploy ไฟล์ไปยังเว็บไซต์ ส่วนที่ใช้งานหลักมีดังนี้
  • Branch ตรวจสอบว่าเป็น Branch ที่ต้องการใช้งาน
  • Pull now ดึงการเปลี่ยนแปลงล่าสุดจาก GitHub เข้ามายัง Repository บน Plesk
  • Deploy now นำไฟล์จาก Repository ไป Deploy ยัง Server path ที่กำหนดไว้
  • เมนูจัดการ Repository เพิ่มเติม สำหรับจัดการ Repository โดยประกอบด้วย
    • Remove Repository ลบ Repository ออกจาก Plesk
    • Repository Settings เปิดหน้าการตั้งค่า Repository
    • Refresh อัปเดตข้อมูลที่แสดงบนการ์ด Repository
จัดการ Branch และ Deploy Git Repository บน Plesk
หลัง Deploy สำเร็จ ไฟล์จาก Branch ที่กำหนดจะถูกนำไปยัง Server path ที่ตั้งค่าไว้
ตรวจสอบไฟล์ที่ Deploy ลงใน httpdocs บน Plesk

การอัปเดตเว็บไซต์ครั้งต่อไป

สำหรับ Manual Deployment เมื่อมีการอัปเดต Source Code บน GitHub ให้คลิก Pull now เพื่อดึงข้อมูลล่าสุดเข้ามายัง Repository บน Plesk จากนั้นคลิก Deploy now เพื่อนำไฟล์ไป Deploy ยังเว็บไซต์

ต้องการ Hosting ที่จัดการเว็บไซต์ได้สะดวกผ่าน Plesk? Web Hosting จาก HostAtom ช่วยให้จัดการไฟล์ ฐานข้อมูล และ Source Code สำหรับเว็บไซต์ได้ง่ายในระบบเดียว
ดูรายละเอียด Web Hosting