เลือกใช้ PHP Version อย่างไรให้เหมาะกับเว็บไซต์ของคุณ

รู้หรือไม่ว่า หนึ่งในปัจจัยที่ทำให้เว็บไซต์โหลดช้าหรือเสี่ยงต่อการถูกแฮ็ก ไม่ใช่เพราะโค้ดที่เขียนไม่ดี หรือรูปภาพที่มีขนาดใหญ่เกินไปเท่านั้น แต่ “PHP Version” ที่กำลังใช้งานอยู่ก็อาจมีส่วนเช่นกัน โดยบทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจว่า PHP Version คืออะไร และควรเลือกใช้อย่างไรให้เหมาะกับเว็บไซต์ของคุณมากที่สุด

PHP Version คืออะไร?

PHP เป็นภาษาหลักที่ใช้พัฒนาเว็บไซต์จำนวนมาก เช่น WordPress, Joomla, Drupal และระบบเว็บแอปพลิเคชันต่าง ๆ โดย PHP Version ก็คือรุ่นของ PHP ที่มีการพัฒนาและปรับปรุงความสามารถอย่างต่อเนื่อง เปรียบเสมือนการเลือกเครื่องยนต์ให้กับรถ ที่หากคุณมีรถหรูแต่ยังใช้เครื่องยนต์รุ่นเก่าเมื่อ 10 ปีก่อน รถของคุณก็ไม่มีทางวิ่งได้เต็มประสิทธิภาพ

PHP Version สำคัญยังไง?

การใช้ PHP เวอร์ชันเก่าอาจส่งผลเสียกว่าที่คุณคิด เช่น

  • ความปลอดภัย (Security) – PHP เวอร์ชันเก่าที่หมดอายุการสนับสนุน (End of Life) จะไม่ได้รับการอุดช่องโหว่ด้านความปลอดภัย ทำให้แฮกเกอร์เจาะระบบได้ง่าย
  • ประสิทธิภาพและความเร็ว (Performance) – PHP เวอร์ชันใหม่ (โดยเฉพาะ 8.x ขึ้นไป) ประมวลผลคำสั่งได้เร็วกว่าเวอร์ชันเก่าถึง 2-3 เท่า ส่งผลให้หน้าเว็บโหลดเร็วขึ้น และดีต่อคะแนน SEO
  • ฟีเจอร์ใหม่ (New Features) – นักพัฒนาจะได้รับเครื่องมือใหม่ๆ ที่ช่วยให้เขียนโค้ดได้สั้นลง มีประสิทธิภาพมากขึ้น และลดข้อผิดพลาดต่าง ๆ (Bugs)

สถานะของ PHP แต่ละเวอร์ชัน (อัปเดตถึงเวอร์ชัน 8.4 – ธันวาคม 2025)

เพื่อให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น เราได้แบ่งสถานะของ PHP ออกเป็นกลุ่มตามความเหมาะสม ดังนี้

สถานะเวอร์ชัน PHPคำแนะนำ
🚨 อันตราย5.6 – 7.4ทั้งหมดเข้าสู่สถานะ End of Life แล้ว เสี่ยงถูกแฮ็กและไม่มีการซัพพอร์ต หากเป็นไปได้ แนะนำให้เลิกใช้ทันที
⚠️ ใกล้หมดอายุ8.1หมดอายุการซัพพอร์ตแล้วเมื่อ พ.ย. 2025 หากยังใช้งานอยู่ แนะนำให้รีบอัปเกรดเป็น 8.3 หรือ 8.4 โดยด่วน
✅ เสถียร8.2อยู่ในช่วงท้ายของการสนับสนุน ยังคงปลอดภัย แต่ก็กำลังจะหมดอายุการซัพพอร์ตในปีหน้า ควรเริ่มพิจารณาอัปเกรด
⭐ แนะนำ8.3มีความเสถียรสูงที่สุด รองรับทั้ง CMS และปลั๊กอินส่วนใหญ่ และยังคงปลอดภัยอยู่ในระยะยาว
🔥 มาตรฐานใหม่8.4เร็วที่สุดและปลอดภัยที่สุด เหมาะสำหรับโปรเจกต์ใหม่และเว็บไซต์ที่ดูแลอย่างดี (อาจต้องเรื่องเช็กความเข้ากันได้กับปลั๊กอินเก่าอีกที)

หลักการเลือก PHP Version ให้เหมาะกับเว็บไซต์ของคุณ

1. ตรวจสอบ CMS Theme และ Plugin

หากคุณใช้ WordPress, Joomla หรือ Drupal ให้ตรวจสอบว่าเวอร์ชันปัจจุบันของคุณรองรับ PHP ตัวไหนอยู่บ้าง

ข้อควรระวัง : การอัปเดต PHP ไปเป็น 8.x หรือ 8.4 โดยที่ธีมหรือปลั๊กอินยังเป็นรุ่นเก่า อาจทำให้เว็บพัง หรือแสดงผลผิดเพี้ยนได้ เนื่องจากโค้ดเก่าอาจใช้คำสั่งที่ PHP เวอร์ชันใหม่ยกเลิกไปแล้ว

2. เน้นความเสถียรและสดใหม่

  • เว็บไซต์ธุรกิจ/องค์กร (Business Critical) – แนะนำเป็น PHP เวอร์ชัน 8.3 เพราะเป็นจุดสมดุลที่ดีที่สุดระหว่างความปลอดภัยและความเข้ากันได้
  • โปรเจกต์ใหม่ (New Project) – แนะนำ PHP เวอร์ชัน 8.4 เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและรองรับการใช้งานในอนาคตได้ยาวนานที่สุด

3. ทดสอบก่อนเริ่มใช้งานจริง

นับว่าเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุด อย่าได้เปลี่ยน PHP Version บนหน้าเว็บจริงทันที ให้สร้างระบบทดสอบ (Staging) แล้วลองเปลี่ยนเวอร์ชันดูก่อน เพื่อเช็กว่าหน้าเว็บยังทำงานได้ปกติหรือไม่ ฟอร์มติดต่อใช้งานได้ไหม หรือมี Error อะไรแจ้งเตือนหรือเปล่า

การเลือกใช้ PHP Version ไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่เป็นหัวใจสำคัญของการดูแลเว็บไซต์ การเปลี่ยนมาใช้ PHP เวอร์ชันที่ใหม่กว่าไม่เพียงแต่ช่วยให้เว็บโหลดเร็วขึ้นจนลูกค้ารู้สึกดี แต่ยังช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญของคุณจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ได้อีกด้วย ดังนั้น อย่ารอให้เว็บไซต์มีปัญหาแล้วค่อยแก้ เริ่มต้นตรวจสอบเวอร์ชัน PHP ของคุณวันนี้ เพื่อประสิทธิภาพของเว็บไซต์ที่ดีที่สุดในระยะยาวกันเถอะ

หากคุณกำลังมองหาเว็บโฮสติ้งที่ใช้งานง่ายและปลอดภัย สามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจ Web Hosting ของเราได้ที่
👉 https://www.hostatom.com/web-hosting

Was this article helpful?

Related Articles