ชั้น 29 ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

999/9 พระราม 1 กรุงเทพฯ 10330

บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด

0-2107-3466

โทรเลยดิจะรออะไร

Home Google Workspace Google Workspace User Level รวมอัปเดต Google Calendar ที่คนทำงานไม่ควรพลาด

รวมอัปเดต Google Calendar ที่คนทำงานไม่ควรพลาด

Google Calendar update working professional shouldn't miss

หากคุณใช้ Google Calendar เป็นประจำ ไม่ว่าจะจัดตารางงาน นัดประชุม หรือวางแผนกิจกรรมต่าง ๆ จะเห็นได้ว่า ในแอปได้มีอัปเดตใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายฟีเจอร์เปิดให้ใช้งานแล้ว แต่หลายคนอาจยังไม่เคยลองใช้งาน

การอัปเดตครั้งนี้ มีตั้งแต่ AI ที่ช่วยแนะนำเวลาประชุม การจัดการ Time Zone ที่สะดวกขึ้น ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับ Google Meet ที่ชัดเจนและเป็นระบบมากกว่าเดิม

เราได้รวบรวม 4 อัปเดตที่น่าสนใจของ Google Calendar ในปี 2026 ที่คนทำงานและผู้ใช้งาน Google Workspace ไม่ควรพลาด

มีอะไรใหม่บ้าง ? มาดูกันเลย

1.Gemini ช่วยแนะนำเวลาประชุม ไม่ต้องไล่ดูตารางทีละคน

ถ้าเคยนัดประชุมกับหลายคน น่าจะรู้ดีว่า ขั้นตอนที่ต้องใช้เวลาจัดการมากที่สุดไม่ใช่การสร้างอีเวนต์ใน Google Calendar แต่คือการหาเวลาที่ “ทุกคนว่างตรงกัน”

Google จึงเพิ่มความสามารถของ Gemini เข้ามาช่วยจัดการเรื่องนี้โดยตรง แทนที่จะต้องเปิดดูตารางของผู้เข้าร่วมทีละคน Gemini จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมให้โดยอัตโนมัติ

ระบบจะประมวลผลข้อมูลหลายอย่าง เพื่อแนะนำเวลาที่ทุกคนสะดวกมากที่สุด เช่น

  • ตารางว่างของผู้เข้าร่วม
  • เวลาทำงานของแต่ละคน
  • นัดหมายที่อาจชนกัน
  • Time Zone ของผู้เข้าร่วมแต่ละคน

เมื่อสร้างหรือเลื่อนนัดประชุม เพียงเลือก Suggested times ระบบจะแสดงช่วงเวลาที่เหมาะสมขึ้นมาให้เลือกได้ทันที ช่วยลดเวลาในการประสานงานและทำให้การนัดหมายสะดวกขึ้นกว่าเดิม

ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานแล้วสำหรับผู้ใช้ Google Workspace บางแพ็กเกจที่รองรับ Gemini เช่น Business Standard, Business Plus, Enterprise Standard และ Enterprise Plus รวมถึงผู้ใช้ที่มี Google AI Pro for Education add-on

หากองค์กรของคุณมีสิทธิ์ใช้งาน Gemini อยู่แล้ว ก็สามารถเริ่มใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ทันที

ที่มา: Google Workspace Updates

Search time zone by city or country name

2. ค้นหา Time Zone จากชื่อเมืองหรือประเทศได้ง่ายขึ้น

หลังจากได้เวลาประชุมที่เหมาะสมแล้ว อีกเรื่องที่หลายคนต้องเจอ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานร่วมกับลูกค้าหรือทีมงานในต่างประเทศ คือ “การจัดการเรื่อง Time Zone”

เราอาจต้องใช้เวลาในการค้นหาว่าเมืองหรือประเทศนั้นอยู่ในเขตเวลาใด และควรเลือกโซนเวลาอะไรใน Google Calendar เพื่อให้เวลานัดหมายตรงกันกับผู้เข้าร่วมทุกคน

Google จึงปรับปรุงการเลือก Time Zone ใน Google Calendar ใหม่ โดยสามารถค้นหาจากชื่อเมืองหรือประเทศได้โดยตรง ไม่ต้องเลื่อนหารายชื่อโซนเวลายาว ๆ เหมือนที่ผ่านมา

ฟีเจอร์นี้สามารถใช้งานได้ในหลายส่วนของ Google Calendar เช่น

  • การสร้างนัดหมายใหม่
  • การตั้งค่า Secondary Time Zone
  • การใช้งาน World Clock
  • การวางแผนประชุมกับทีมต่างประเทศ

ช่วยให้การนัดหมายข้ามประเทศสะดวกขึ้น ลดความสับสนเรื่องเวลา และช่วยวางแผนการประชุมได้รวดเร็วกว่าเดิม

ปัจจุบัน Google เปิดให้ใช้งานฟีเจอร์นี้แล้วสำหรับผู้ใช้ Google Workspace ทุกแพ็กเกจ รวมถึงผู้ใช้งาน Google Calendar ด้วยบัญชี Google ส่วนตัว โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติมแต่อย่างใด

ที่มา: Google Workspace Updates

Illustration of a calendar scheduling dashboard with a weekly grid of colored event blocks, surrounded by icons for date, video, chat, and user profile.

3. Google Calendar กับ Google Meet เชื่อมต่อกันได้สะดวกกว่าเดิม

ในองค์กรที่มีการประชุมจำนวนมาก การใช้ลิงก์ Meet ซ้ำโดยไม่ตั้งใจ อาจสร้างความสับสนได้มากกว่าที่คิด

บางครั้งเราอาจคัดลอกอีเวนต์เก่า หรือเอา Meeting Code เดิมมาใช้กับนัดใหม่เพื่อความสะดวก แต่จริง ๆ แล้ว การทำเช่นนี้อาจทำให้ข้อมูลบางอย่างสับสนได้ เช่น

  • Recording ถูกแชร์ไปยังคนผิดกลุ่ม
  • Notes หรือสรุปการประชุมผูกกับอีเวนต์เก่า
  • Chat หลังประชุมไม่ตรงกับผู้เข้าร่วมจริง
  • สิทธิ์การเข้าประชุมอาจไม่ตรงกับนัดหมายใหม่

Google จึงปรับปรุงการเชื่อมต่อระหว่าง Google Calendar และ Google Meet ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดย Meeting แต่ละรายการจะผูกกับ Calendar Event ต้นทางของตัวเองอย่างเป็นระบบ

หากมีการนำ Meeting Code เดิมกลับมาใช้งาน ระบบจะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบว่าโค้ดดังกล่าวยังเชื่อมโยงอยู่กับการประชุมเดิม เพื่อช่วยลดความสับสนและป้องกันการใช้งานผิดพลาด

การปรับปรุงนี้ช่วยให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมถูกจัดเก็บและเชื่อมโยงกับอีเวนต์ที่ถูกต้องมากขึ้น ทำให้ติดตามงานย้อนหลังได้ง่าย ลดโอกาสที่ข้อมูลสำคัญจะตกหล่นหรือถูกส่งไปยังผู้เข้าร่วมผิดกลุ่ม

ปัจจุบัน Google เปิดให้ใช้งานฟีเจอร์นี้แล้วสำหรับผู้ใช้ Google Workspace ทุกแพ็กเกจ รวมถึงบัญชี Google ส่วนตัว โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติม

ที่มา: Google Workspace Updates

Add custom event colors to work schedule

4. เพิ่มสี Custom Event Colors ปรับแต่งตารางงานได้ตามสไตล์

ปิดท้ายด้วยฟีเจอร์ที่หลายคนรอคอย โดยเฉพาะคนที่ใช้ Google Calendar วางแผนงานเป็นประจำ

Google Calendar เปิดให้ผู้ใช้สามารถกำหนดสีของอีเวนต์ได้อย่างอิสระมากขึ้นผ่านฟีเจอร์ Custom Event Colors

จากเดิมที่ต้องเลือกใช้สีตามชุดที่ระบบกำหนดไว้ ตอนนี้สามารถเลือกสีได้หลากหลายผ่าน Color Picker ช่วยให้แยกประเภทงานและจัดการตารางได้ละเอียดกว่าเดิม

สำหรับผู้ที่ใช้ Google Calendar ในการวางแผนงานประจำวัน ฟีเจอร์นี้ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของงานได้ชัดเจนขึ้น เช่น

  • แยกสีประชุมภายในและประชุมกับลูกค้า
  • แยกสีตามโปรเจกต์
  • แยกสีงานด่วนและงานทั่วไป
  • แยกสีกิจกรรมส่วนตัวและงานองค์กร

เมื่อเปิดปฏิทินขึ้นมา คุณจะสามารถมองเห็นภาพรวมของวันนั้นได้ทันที โดยไม่ต้องคลิกดูรายละเอียดของแต่ละนัดหมาย การติดตามงานก็ง่ายขึ้นและจัดการเวลาระหว่างวันได้สะดวกกว่าเดิม

Google กำลังทยอยเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์นี้สำหรับผู้ใช้ Google Workspace ทุกแพ็กเกจ รวมถึงผู้ใช้งาน Workspace Individual และบัญชี Google ส่วนตัว โดยผู้ใช้บางรายอาจได้รับฟีเจอร์นี้ไม่พร้อมกัน

ที่มา: Google Workspace Updates

สรุป

Google Calendar ยังคงเพิ่มความสามารถใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การจัดประชุม การวางแผนงาน และการทำงานร่วมกันมีความคล่องตัวมากขึ้น

ลองเปิด Google Calendar ของคุณ แล้วดูว่ามีฟีเจอร์ไหนเปิดให้ใช้งานแล้วบ้าง เพราะหลายฟีเจอร์ในบทความนี้พร้อมให้ใช้งานแล้ว

อย่างไรก็ตาม บางฟีเจอร์อาจยังไม่ปรากฏในบัญชีของคุณ เนื่องจาก Google กำลังทยอยเปิดให้ผู้ใช้แต่ละกลุ่ม หรืออาจขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ Google Workspace ที่องค์กรของคุณใช้อยู่

หากต้องการตรวจสอบว่าองค์กรของคุณสามารถใช้งานฟีเจอร์ใดได้แล้ว หรือกำลังมองหาแพ็กเกจที่เหมาะกับการทำงานของทีมมากขึ้น
hostatom พร้อมให้คำแนะนำและดูแลการใช้งาน Google Workspace สำหรับองค์กรครบวงจร

คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.hostatom.com/google-workspace/