WordPress เป็น CMS ที่นิยมมาก จึงเป็นเป้าหมายของผู้โจมตีอยู่เสมอ แนวทางด้านล่างเป็น “ขั้นตอนกู้เว็บแบบปลอดภัย” ที่โฟกัสการกลับมาออนไลน์ให้เร็ว โดยไม่เอาไฟล์ติดเชื้อกลับเข้าระบบ
ขั้นตอนกู้เว็บแบบ Clean Restore (แนะนำทำตามลำดับ)
ขั้นที่ 1: ทำ Backup และดาวน์โหลดเก็บไว้ในเครื่อง
ทำ Backup และดาวน์โหลดไฟล์ Backup เก็บไว้ที่เครื่อง เพื่อย้อนกลับได้หากทำพลาดระหว่างกู้เว็บ
อ้างอิง
2) ดาวน์โหลดไฟล์เว็บเดิมทั้งชุดมาเก็บไว้ (เก็บไว้ตรวจ ไม่ใช่เอากลับมาใช้)
ดาวน์โหลดไฟล์เว็บไซต์ทั้งหมดผ่าน FTP หรือ File Manager มาเก็บไว้ที่เครื่อง แล้วติดป้ายชัด ๆ ว่าเป็น ชุดไฟล์ที่โดนแฮ็ก เพราะมีไฟล์แปลกปลอมปะปนอยู่ ไม่แนะนำให้เอากลับมาใช้ทั้งชุด
เหตุผลที่ต้องเก็บไว้:
- ใช้ตรวจหาไฟล์ที่ถูกฝังโค้ดหรือ Backdoor
- ใช้ “กู้เฉพาะส่วนที่จำเป็น” โดยเฉพาะ
wp-content/uploadsและข้อมูลเชื่อมฐานข้อมูลจากwp-config.php
3) อัปเดต WordPress และปลั๊กอินให้ล่าสุด และปิดปลั๊กอินทั้งหมด
- อัปเดต WordPress ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
- อัปเดตปลั๊กอินให้ล่าสุด แล้ว Disable ปลั๊กอินหรือส่วนเสริมทั้งหมด เพื่อแยกปัญหา
4) สลับไปใช้ธีมมาตรฐานของ WordPress ชั่วคราว
เพื่อเคลียร์ config และเช็กว่าอาการมาจากธีมหรือไม่ ให้เปลี่ยนเป็นธีมมาตรฐานของ WordPress ชั่วคราว ขณะที่เขียนแนวทางการแก้ไขนี้เป็นปี 2026 ปัจจุบันธีมมาตรฐานคือ Twenty Twenty-Five
5) ลงใหม่ พร้อมสร้างโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า cleanups แล้วแยกไฟล์ที่จำเป็นต้องเก็บ
1. เข้า Control Panel หรือที่เก็บไฟล์ของโดเมนที่พบปัญหา
2. สร้างโฟลเดอร์ชื่อ cleanups
3. ย้าย ไฟล์ wp-config.php และโฟลเดอร์ wp-content/uploads ไปไว้ใน cleanups
6) ลบ WordPress เดิมออกทั้งหมด (ให้เหลือแค่ cleanups)
ลบไฟล์ WordPress เดิมทั้งหมดออกให้หมด และให้เหลือเพียงโฟลเดอร์ cleanups ไว้
7) นำไฟล์ WordPress ใหม่อับโหลดขึ้นมาแทนไฟล์เก่า
นำไฟล์ wordpress ใหม่ upload ขึ้นมาแทนไฟล์เก่าโดยดาวน์โหลดจากเว็บทางการ: https://wordpress.org/download/
และให้แตกไฟล์ตามคู่มือต่อไปนี้
8) ตรวจ uploads ก่อนย้ายกลับ (จุดที่พลาดกันบ่อย)
เข้า cleanups/uploads แล้วไล่ดูไฟล์แปลกปลอม:
- ปกติ
uploadsควรเป็นไฟล์รูป, เอกสาร หรือวิดีโอ เช่น.png .jpg .jpeg .webp .pdf .mp4เป็นต้น - ถ้าเจอไฟล์ที่ไม่ควรมี โดยเฉพาะไฟล์สคริปต์หรือไฟล์แปลก ๆ ให้ลบออกก่อน
จากนั้นค่อยย้าย uploads กลับไปไว้ที่ wp-content/uploads ของ WordPress ที่ติดตั้งใหม่
9) ตั้งค่า wp-config ใหม่ และคัดลอกค่าฐานข้อมูลจาก wp-config เดิม (เฉพาะส่วนที่จำเป็น)
เปิด cleanups/wp-config.php แล้วคัดลอกค่าตามนี้เก็บไว้ใน Notepad ก่อน
define( 'DB_NAME', 'ชื่อเดิมไม่ต้องเปลี่ยนอะไรให้copyมาตามนั้น' );
/** MySQL database username */
define( 'DB_USER', 'ชื่อเดิมไม่ต้องเปลี่ยนอะไรให้copyมาตามนั้น' );
/* MySQL database password */
define( 'DB_PASSWORD', 'ชื่อเดิมไม่ต้องเปลี่ยนอะไรให้copyมาตามนั้น' );
แล้วเลื่อนลงไปหา $table_prefix (ค่าเดิมไม่ต้องเปลี่ยนแปลงใดๆ) และคัดลอกเก็บไว้ด้วย
10) นำไปวางทับในไฟล์ wp-config-simple.php ของเว็บใหม่
ไปที่ WordPress ที่ติดตั้งใหม่ แล้วเปิดไฟล์ wp-config-simple.php
นำค่าที่คัดลอกไว้ไปวางทับส่วนนี้:
define( 'DB_NAME', 'database_name_here' );
/** Database username */
define( 'DB_USER', 'username_here' );
/* Database password */
define( 'DB_PASSWORD', 'password_here' );
เลื่อนลงมาหา $table_prefix เดิมไปวางทับของใหม่ (เช่น wp_) ด้วย
11) เปลี่ยน Security Keys/SALTs ใหม่ (สำคัญ)
ในส่วนคีย์เดิม:
define( 'AUTH_KEY', 'put your unique phrase here' );
define( 'SECURE_AUTH_KEY', 'put your unique phrase here' );
define( 'LOGGED_IN_KEY', 'put your unique phrase here' );
define( 'NONCE_KEY', 'put your unique phrase here' );
define( 'AUTH_SALT', 'put your unique phrase here' );
define( 'SECURE_AUTH_SALT', 'put your unique phrase here' );
define( 'LOGGED_IN_SALT', 'put your unique phrase here' );
define( 'NONCE_SALT', 'put your unique phrase here' );
ให้นำ code ที่ได้จาก https://api.wordpress.org/secret-key/1.1/salt นำมาวางใส่แทน
12) บันทึกไฟล์และเปลี่ยนชื่อเป็น wp-config.php
เซฟไฟล์ แล้วเปลี่ยนชื่อจาก wp-config-simple.php ไปเป็น wp-config.php
1.เพิ่มไฟล์ .htaccess
2. เพิ่ม code ดังนี้
# BEGIN WordPress
RewriteEngine On
RewriteRule .* - [E=HTTP_AUTHORIZATION:%{HTTP:Authorization}]
RewriteBase /
RewriteRule ^index.php$ - [L]
RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-f
RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-d
RewriteRule . /index.php [L]
# END WordPress
13) หลังเว็บกลับมาออนไลน์ ให้เปลี่ยนรหัสผ่านทั้งหมด
เปลี่ยนรหัสผ่านทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเว็บ เช่น บัญชีแอดมิน WordPress, อีเมลแอดมิน, FTP, Control Panel ฯลฯ
และให้ดำเนินการตรวจสอบผู้ใช้งาน (user) เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ใช้งานในระบบเราจริงทั้งหมด และไม่ใช่บัญชีของแฮกเกอร์
14) ติดตั้งธีม/ปลั๊กอินใหม่เท่านั้น (ห้ามใช้ไฟล์เก่าจากข้อ 2)
ห้ามนำธีม, ปลั๊กอินหรือไฟล์เสริมจากชุดไฟล์เดิม (ข้อ 2) กลับมาใช้ เพราะอาจมี Backdoor ซ่อนอยู่
ควรดาวน์โหลดจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงพวก nulled หรือ crack เพราะล้วนแต่มี Backdoor
15) ติดตั้งปลั๊กอินความปลอดภัยเพื่อสแกนและอุดช่องโหว่
เราขอแนะนำ 2 ตัวนี้ โดยให้เลือกตัวใดตัวหนึ่งระหว่าง
16) เสริมความปลอดภัยเพิ่มอีก 1 จุด (แนะนำ)
ปิดการแก้ไฟล์ธีม หรือปลั๊กอินจากหลังบ้าน WordPress เพื่อลดความเสี่ยงโดนยึดบัญชีแอดมินแล้วใส่โค้ดอันตราย โดยให้ใส่บรรทัดนี้ใน wp-config.php
define( 'DISALLOW_FILE_EDIT', true );
ถ้าต้องการกู้เว็บแบบเร่งด่วน หรืออยากทำให้กู้แล้วไม่โดนแฮกซ้ำทีม hostatom ช่วยตรวจและวางแนวทางได้ พร้อมบริการเสริมความปลอดภัยและดูแลโฮสติ้งสำหรับ WordPress
- WordPress Hosting: https://www.hostatom.com/wordpress-hosting
- Imunify360 (ระบบป้องกันมัลแวร์/สแกนบนเซิร์ฟเวอร์): https://www.hostatom.com/imunify360