ชั้น 29 ออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

999/9 พระราม 1 กรุงเทพฯ 10330

บริการตลอด 24 ชั่วโมง

ทุกวัน ไม่เว้นวันหยุด

0-2107-3466

โทรเลยดิจะรออะไร

Home Wordpress ทำอย่างไรเมื่อ WordPress ถูก Hack

ทำอย่างไรเมื่อ WordPress ถูก Hack

WordPress เป็น CMS ที่นิยมมาก จึงเป็นเป้าหมายของผู้โจมตีอยู่เสมอ แนวทางด้านล่างเป็น “ขั้นตอนกู้เว็บแบบปลอดภัย” ที่โฟกัสการกลับมาออนไลน์ให้เร็ว โดยไม่เอาไฟล์ติดเชื้อกลับเข้าระบบ

ขั้นตอนกู้เว็บแบบ Clean Restore (แนะนำทำตามลำดับ)

ขั้นที่ 1: ทำ Backup และดาวน์โหลดเก็บไว้ในเครื่อง

ทำ Backup และดาวน์โหลดไฟล์ Backup เก็บไว้ที่เครื่อง เพื่อย้อนกลับได้หากทำพลาดระหว่างกู้เว็บ

อ้างอิง

2) ดาวน์โหลดไฟล์เว็บเดิมทั้งชุดมาเก็บไว้ (เก็บไว้ตรวจ ไม่ใช่เอากลับมาใช้)

ดาวน์โหลดไฟล์เว็บไซต์ทั้งหมดผ่าน FTP หรือ File Manager มาเก็บไว้ที่เครื่อง แล้วติดป้ายชัด ๆ ว่าเป็น ชุดไฟล์ที่โดนแฮ็ก เพราะมีไฟล์แปลกปลอมปะปนอยู่ ไม่แนะนำให้เอากลับมาใช้ทั้งชุด

เหตุผลที่ต้องเก็บไว้:

  • ใช้ตรวจหาไฟล์ที่ถูกฝังโค้ดหรือ Backdoor
  • ใช้ “กู้เฉพาะส่วนที่จำเป็น” โดยเฉพาะ wp-content/uploads และข้อมูลเชื่อมฐานข้อมูลจาก wp-config.php

3) อัปเดต WordPress และปลั๊กอินให้ล่าสุด และปิดปลั๊กอินทั้งหมด

  • อัปเดต WordPress ให้เป็นเวอร์ชันล่าสุด
  • อัปเดตปลั๊กอินให้ล่าสุด แล้ว Disable ปลั๊กอินหรือส่วนเสริมทั้งหมด เพื่อแยกปัญหา

4) สลับไปใช้ธีมมาตรฐานของ WordPress ชั่วคราว

เพื่อเคลียร์ config และเช็กว่าอาการมาจากธีมหรือไม่ ให้เปลี่ยนเป็นธีมมาตรฐานของ WordPress ชั่วคราว ขณะที่เขียนแนวทางการแก้ไขนี้เป็นปี 2026 ปัจจุบันธีมมาตรฐานคือ Twenty Twenty-Five 

5) ลงใหม่ พร้อมสร้างโฟลเดอร์ที่ชื่อว่า cleanups แล้วแยกไฟล์ที่จำเป็นต้องเก็บ

1. เข้า Control Panel หรือที่เก็บไฟล์ของโดเมนที่พบปัญหา

2. สร้างโฟลเดอร์ชื่อ cleanups

3. ย้าย ไฟล์ wp-config.php และโฟลเดอร์ wp-content/uploads ไปไว้ใน cleanups

6) ลบ WordPress เดิมออกทั้งหมด (ให้เหลือแค่ cleanups)

ลบไฟล์ WordPress เดิมทั้งหมดออกให้หมด และให้เหลือเพียงโฟลเดอร์ cleanups ไว้

7) นำไฟล์ WordPress ใหม่อับโหลดขึ้นมาแทนไฟล์เก่า

นำไฟล์ wordpress ใหม่ upload ขึ้นมาแทนไฟล์เก่าโดยดาวน์โหลดจากเว็บทางการ: https://wordpress.org/download/

และให้แตกไฟล์ตามคู่มือต่อไปนี้

8) ตรวจ uploads ก่อนย้ายกลับ (จุดที่พลาดกันบ่อย)

เข้า cleanups/uploads แล้วไล่ดูไฟล์แปลกปลอม:

  • ปกติ uploads ควรเป็นไฟล์รูป, เอกสาร หรือวิดีโอ เช่น .png .jpg .jpeg .webp .pdf .mp4 เป็นต้น
  • ถ้าเจอไฟล์ที่ไม่ควรมี โดยเฉพาะไฟล์สคริปต์หรือไฟล์แปลก ๆ ให้ลบออกก่อน

จากนั้นค่อยย้าย uploads กลับไปไว้ที่ wp-content/uploads ของ WordPress ที่ติดตั้งใหม่

9) ตั้งค่า wp-config ใหม่ และคัดลอกค่าฐานข้อมูลจาก wp-config เดิม (เฉพาะส่วนที่จำเป็น)

เปิด cleanups/wp-config.php แล้วคัดลอกค่าตามนี้เก็บไว้ใน Notepad ก่อน

				
					define( 'DB_NAME', 'ชื่อเดิมไม่ต้องเปลี่ยนอะไรให้copyมาตามนั้น' );
/** MySQL database username */
define( 'DB_USER', 'ชื่อเดิมไม่ต้องเปลี่ยนอะไรให้copyมาตามนั้น' );
/* MySQL database password */
define( 'DB_PASSWORD', 'ชื่อเดิมไม่ต้องเปลี่ยนอะไรให้copyมาตามนั้น' );
				
			

แล้วเลื่อนลงไปหา $table_prefix (ค่าเดิมไม่ต้องเปลี่ยนแปลงใดๆ) และคัดลอกเก็บไว้ด้วย

10) นำไปวางทับในไฟล์ wp-config-simple.php ของเว็บใหม่

ไปที่ WordPress ที่ติดตั้งใหม่ แล้วเปิดไฟล์ wp-config-simple.php
นำค่าที่คัดลอกไว้ไปวางทับส่วนนี้:

				
					define( 'DB_NAME', 'database_name_here' );
/** Database username */
define( 'DB_USER', 'username_here' );
/* Database password */
define( 'DB_PASSWORD', 'password_here' );
				
			

เลื่อนลงมาหา $table_prefix เดิมไปวางทับของใหม่ (เช่น wp_) ด้วย

11) เปลี่ยน Security Keys/SALTs ใหม่ (สำคัญ)

ในส่วนคีย์เดิม:

				
					define( 'AUTH_KEY', 'put your unique phrase here' );
define( 'SECURE_AUTH_KEY', 'put your unique phrase here' );
define( 'LOGGED_IN_KEY', 'put your unique phrase here' );
define( 'NONCE_KEY', 'put your unique phrase here' );
define( 'AUTH_SALT', 'put your unique phrase here' );
define( 'SECURE_AUTH_SALT', 'put your unique phrase here' );
define( 'LOGGED_IN_SALT', 'put your unique phrase here' );
define( 'NONCE_SALT', 'put your unique phrase here' );
				
			

ให้นำ code ที่ได้จาก https://api.wordpress.org/secret-key/1.1/salt นำมาวางใส่แทน

12) บันทึกไฟล์และเปลี่ยนชื่อเป็น wp-config.php

เซฟไฟล์ แล้วเปลี่ยนชื่อจาก wp-config-simple.php ไปเป็น wp-config.php

1.เพิ่มไฟล์ .htaccess

2. เพิ่ม code ดังนี้

				
					# BEGIN WordPress

RewriteEngine On
RewriteRule .* - [E=HTTP_AUTHORIZATION:%{HTTP:Authorization}]
RewriteBase /
RewriteRule ^index.php$ - [L]
RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-f
RewriteCond %{REQUEST_FILENAME} !-d
RewriteRule . /index.php [L]

# END WordPress
				
			

13) หลังเว็บกลับมาออนไลน์ ให้เปลี่ยนรหัสผ่านทั้งหมด

เปลี่ยนรหัสผ่านทั้งหมดที่เกี่ยวข้องกับเว็บ เช่น บัญชีแอดมิน WordPress, อีเมลแอดมิน, FTP, Control Panel ฯลฯ

และให้ดำเนินการตรวจสอบผู้ใช้งาน (user) เพื่อยืนยันว่าเป็นผู้ใช้งานในระบบเราจริงทั้งหมด และไม่ใช่บัญชีของแฮกเกอร์

14) ติดตั้งธีม/ปลั๊กอินใหม่เท่านั้น (ห้ามใช้ไฟล์เก่าจากข้อ 2)

ห้ามนำธีม, ปลั๊กอินหรือไฟล์เสริมจากชุดไฟล์เดิม (ข้อ 2) กลับมาใช้ เพราะอาจมี Backdoor ซ่อนอยู่
ควรดาวน์โหลดจากแหล่งที่เชื่อถือได้เท่านั้น และหลีกเลี่ยงพวก nulled หรือ crack เพราะล้วนแต่มี Backdoor 

15) ติดตั้งปลั๊กอินความปลอดภัยเพื่อสแกนและอุดช่องโหว่

เราขอแนะนำ 2 ตัวนี้ โดยให้เลือกตัวใดตัวหนึ่งระหว่าง

16) เสริมความปลอดภัยเพิ่มอีก 1 จุด (แนะนำ)

ปิดการแก้ไฟล์ธีม หรือปลั๊กอินจากหลังบ้าน WordPress เพื่อลดความเสี่ยงโดนยึดบัญชีแอดมินแล้วใส่โค้ดอันตราย โดยให้ใส่บรรทัดนี้ใน wp-config.php

				
					define( 'DISALLOW_FILE_EDIT', true );
				
			

ถ้าต้องการกู้เว็บแบบเร่งด่วน หรืออยากทำให้กู้แล้วไม่โดนแฮกซ้ำทีม hostatom ช่วยตรวจและวางแนวทางได้ พร้อมบริการเสริมความปลอดภัยและดูแลโฮสติ้งสำหรับ WordPress