ตั้งค่า WP Fastest Cache ยังไง ถึงทำให้เว็บโหลดเร็ว

เว็บช้า เว็บอืด โหลดนานเหลือเกิน สงสัยไหมว่า มันเป็นเพราะอะไร?

จริงๆ แล้วบางทีมันก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับความเร็วเนต หรือโฮสติ้งที่ใช้งานอยู่หรอกค่ะ ที่โหลดช้านั้นอาจเกิดจากเว็บคุณติดตั้งปลั๊กอินเยอะไปหรือเปล่า หรือมีการใช้งานไฟล์จำพวก JS กับ CSS ที่มีขนาดใหญ่อยู่ สิ่งเหล่านี้ก็อาจเป็นสาเหตุทำให้เว็บช้าและอืดได้นะคะ

จะแก้ยังไง???

ไม่ยาก เราแนะนำให้คุณติดตั้ง plugin WP Fastest Cache เจ้าปลั๊กอินนี้จะช่วยจัดการ cache ต่างๆ ของเว็บ ซึ่งจะช่วยทำให้เว็บของเราลื่นปรื้ด แน่นอน อ่อ ปลั๊กอินนี้มีทั้งแบบฟรีและเสียเงิน

ดาวน์โหลดปลั๊กอินนี้มาจากไหน

จะใช้งานปลั๊กอินนี้จะต้องดาวน์โหลดมาก่อน วิธีดาวน์โหลดมีขั้นตอนการทำ ดังนี้

  1. Login เพื่อเข้าสู่ระบบหน้าจัดการ WordPress
  1. หน้า Dashboard เมนูทางด้านซ้ายให้คลิกที่ Plugins => Add New ตามรูป
  1. พิมพ์คำว่า WP Fastest Cache ที่ช่อง Keyword แล้วกด Enter เมื่อพบแล้วให้คลิกที่ Install Now
  1. เมื่อติดตั้งเสร็จแล้ว คลิกที่ Activate เพื่อใช้งานปลั๊กอิน

เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วก็มาทำการตั้งค่ากัน เพื่อให้เว็บของเราจะได้ทำงานได้เร็วขึ้น

วิธีการตั้งค่าปลั๊กอิน

  1. หน้า Dashboard คลิกที่ WP Fastest Cache
  1. ที่แท้บ Settings ให้ทำการตั้งค่า ดังนี้
  • Cache System: เปิดใช้งาน cache ให้ติ๊กถูก
  • Preload: เปิดใช้งานสร้างแคชอัตโนมัติ โดยไม่ต้องรอให้มีการเรียกดูหน้านั้นก่อน (shared โฮสติ้งควรใช้ 4-6 หน้าต่อนาที ส่วน VPS โฮสติ้งควรใช้ 10-12 หน้าต่อนาที)
    • โดยให้ติ๊กถูกหน้า Homapage, Page, Post, Tags และ Categories
    • เวลาที่ใช้ shared โฮสติ้งควรใช้ 4-6 หน้าต่อนาที ส่วน VPS โฮสติ้งควรใช้ 10-12 หน้าต่อนาที
    • ติ๊กถูกที่หน้าข้อความ Restart After Completed
    • กดปุ่ม OK เพื่อบันทึกการตั้งค่า
  • Logged-in Users: ไม่ต้องแสดงแคชสำหรับคนที่ล็อกอิน (ถ้าคนดูแลเว็บมีคนเดียว ให้ติ๊กถูก แต่ถ้ามีคนดูแลเว็บไซต์หลายคน ก็ไม่ต้องติ๊กถูก)
  • Mobile: ไม่แสดงค่าเวอร์ชั่นของ cache สำหรับ desktop บนมือืถอ
  • New Post: ลบแคชเมื่อสร้างเพจและโพสใหม่ เราสามารถเลือกได้ว่าอย่างจะล้างอะไรออกบ้าง
    • เลือก Clear All Cache
    • คลิก OK เพื่อบันทึกการตั้งค่า
  • Update Post: ลบแคชเมื่ออัปเดจเพจและโพสใหม่ เราสามารถเลือกได้ว่าอย่างจะล้างอะไรออกบ้าง
    • เลือก Clear Cache of Post/Page
    • คลิก OK เพื่อบันทึกการตั้งค่า
  • Minify HTML: ย่อขนาดไฟล์ HTML ให้ติ๊กถูกที่ข้อนี้
  • Minify CSS: ย่อขนาดไฟล์ CSS ให้ติ๊กถูกที่ข้อนี้
  • Combine CSS: รวมไฟล์ CSS ช่วยลดจำนวนการส่งคำขอผ่าน HTTP ให้ติ๊กถูกที่ข้อนี้ 
  • Combine JS: รวมไฟล์ JS ช่วยลดจำนวนการส่งคำขอผ่าน HTTP ให้ติ๊กถูกที่ข้อนี้
  • Gzip: ลดขนาดไฟล์ที่ส่งมาจากเซิร์ฟเวอร์ ให้ติ๊กถูกที่ข้อนี้
  • Browser Caching: ให้โหลดหน้าเว็บได้เร็วขึ้น เมื่อผู้เข้าชมกลับมาชมเว็บอีกครั้ง ให้ติ๊กถูกที่ข้อนี้
  • Disable Emojis: ปิดการใช้งาน emoji ให้ติ๊กถูกที่ข้อนี้

คลิกที่ปุ่ม Sumit เพื่อบันทึกการตั้งค่า

  1. ที่แท้บ Exclude จะใช้เมื่อมีการกำหนดเงื่อนไขการตั้งค่า เบื้องต้นจะตั้งค่าหน้า Login เป็นค่าเริ่มต้นอยู่แล้ว แนะนำว่าอย่าไปยุ่งกับตรงนี้เลยค่ะ ปล่อยผ่านไปเลย เพราะหากทำการตั้งค่าจะต้องมีความรู้พอสมควรว่าอะไรเป็นอะไร พูดง่ายๆ ว่าไม่ต้องไปเปลี่ยนแปลงค่าใดๆ ทั้งสิ้น!!

แค่นี้เว็บคุณก็ลื่นปรื้ด โหลดเร็วแล้ว หากเราจะเคลียค่า Cache โดยให้คลิกที่ Delete Cache ในหน้า Dashboard โดย Delele Cache จะทำการเคลียร์แคชทั้งหมด Clear ALL Cache เป็นการเคลียร์แคชทั้งหมด และ Delete Cache and and Minified CSS สำหรับการเคลียร์แคชและ CSS ที่ทำการ minify ไว้

หากใครใช้เวอร์ชั่นที่เสียตังค์ หรือ Premium ก็จะมีฟังก์ชั่นอื่นๆ เพิ่มเข้ามา ไม่ว่าจะเป็น

  • บีบอัดไฟล์ได้มากกว่าขึ้นกว่าของฟรี
  • ทำความสะอาดฐานข้อมูลได้ในตัว
  • แสดงข้อมูลแคช
  • บีบอัดภาพได้ในตัว
  • บีบอัดภาพรองรับ WebP ด้วยนะ

หากสนใจสามารถดูรายละเอีดยเพิ่มเติมได้ที่ https://www.wpfastestcache.com/

Was this article helpful?

Related Articles