ไฟล์อะไรที่ควร/ไม่ควรอัปโหลดผ่าน FTP เพื่อป้องกันไม่ให้เว็บพัง

FTP เป็นเครื่องมือพื้นฐานสำหรับอัปโหลดไฟล์เว็บไซต์ขึ้นโฮสติ้ง แต่สำหรับมือใหม่ จุดที่พลาดบ่อยคือ “วางไฟล์ผิดโฟลเดอร์” หรือ “เผลอแก้ไฟล์ระบบ” จนเว็บล่ม เว็บเพี้ยน หรือบางครั้งเปิดช่องให้ถูกโจมตีได้โดยไม่ตั้งใจ

บทความนี้จะอธิบายแบบเข้าใจง่ายว่า FTP คืออะไร ใช้ทำอะไรได้บ้าง, ไฟล์แบบไหนควรอัปโหลด, ไฟล์แบบไหนไม่ควรยุ่ง, พร้อม ทริคความปลอดภัย ที่ทำตามได้ทันที

FTP คืออะไร และใช้ทำอะไร?

FTP (File Transfer Protocol) คือวิธีเชื่อมต่อจากคอมพิวเตอร์ของเราไปยังโฮสติ้ง เพื่อ “จัดการไฟล์เว็บ” โดยตรง เช่น

  • อัปโหลด (Upload) ไฟล์ขึ้นเว็บไซต์
  • ดาวน์โหลด (Download) ไฟล์จากโฮสติ้งมาเก็บไว้
  • สร้าง/ลบ/ย้ายโฟลเดอร์ (Folder) และไฟล์
  • แก้ไขไฟล์บางชนิด (เช่นไฟล์ข้อความ) กรณีฉุกเฉิน

นึกภาพง่าย ๆ ว่า โฮสติ้งคือ “ตู้เก็บไฟล์ของเว็บ” ส่วน FTP คือ “กุญแจ” ที่ช่วยให้เราเปิดตู้ เข้าไปย้ายไฟล์ วางไฟล์ จัดโฟลเดอร์ได้

ก่อนเริ่มใช้งาน FTP ต้องมีอะไรบ้าง?

โดยทั่วไปคุณจะต้องมีข้อมูลต่อไปนี้จากผู้ให้บริการโฮสติ้ง

  • Host/Server (ที่อยู่เซิร์ฟเวอร์)
  • Username / Password
  • Port (มักเป็น 21 สำหรับ FTP, 22 สำหรับ SFTP)
  • โฟลเดอร์เว็บไซต์หลัก (มักชื่อ public_html, www หรือ htdocs)

ทิปสำหรับมือใหม่ ถ้ามีตัวเลือก ให้ใช้ SFTP (Secure File Transfer Protocol) เพราะปลอดภัยกว่า FTP ปกติ (ข้อมูลถูกเข้ารหัส)

รู้จัก “โฟลเดอร์เว็บไซต์” สำคัญที่สุดสำหรับมือใหม่

สาเหตุอันดับต้น ๆ ที่ทำให้เว็บ “ไม่ขึ้น” หลังอัปโหลด คือ วางไฟล์ผิดโฟลเดอร์ ซึ่งโดยทั่วไป โฟลเดอร์ที่ระบบใช้แสดงผลเว็บจะเป็นหนึ่งในนี้

  • public_html
  • www
  • htdocs

ให้คิดว่าง่าย ๆ ว่าโฟลเดอร์นี้คือ “หน้าร้าน” ของเว็บ ถ้าคุณเอาไฟล์เว็บไปวางผิดที่ (เช่น วางไว้ข้างนอก public_html) เว็บจะไม่เห็นไฟล์นั้น และแสดงผลไม่ได้

วิธีเช็กง่าย ๆ ในโฟลเดอร์เว็บหลัก มักจะมีไฟล์เริ่มต้น เช่น index.html หรือ index.php

ไฟล์ที่ควรอัปโหลดผ่าน FTP

ต่อไปนี้คือไฟล์ที่ “อัปโหลดได้ปลอดภัย” และเป็นสิ่งที่มักต้องใช้จริง

1. ไฟล์เว็บไซต์พื้นฐาน

ใช้ในการแสดงผลหน้าเว็บและการทำงานต่าง ๆ เช่น

  • .html (หน้าเว็บ)
  • .css (ตกแต่งหน้าตาเว็บ)
  • .js (สคริปต์/ลูกเล่น)
  • .php (เว็บไดนามิก/ระบบเว็บ)

ตัวอย่างสถานการณ์

  • ทำเว็บแบบ HTML แล้วต้องเอาไฟล์ขึ้นโฮสติ้ง
  • แก้หน้า Landing Page แล้วอัปเดตไฟล์ขึ้นเซิร์ฟเวอร์

2. รูปภาพและไฟล์สื่อประกอบเว็บ

เช่นรูปบทความ รูปสินค้า ไอคอน ฯลฯ

  • .jpg, .png, .webp, .gif
  • บางเว็บอาจมีไฟล์วิดีโอ/เสียง (แนะนำให้ใช้ลิงก์จากแพลตฟอร์มภายนอกมากกว่า ถ้าไฟล์ใหญ่)

คำแนะนำมือใหม่ (สำคัญ)

  • รูปที่ใหญ่เกินไปจะทำให้เว็บช้า ควรย่อ/บีบอัดก่อนอัปโหลด
  • ตั้งชื่อไฟล์เป็นภาษาอังกฤษ อ่านง่าย เช่น product-01.webp (ช่วยทั้งด้านการจัดระเบียบและ SEO แบบธรรมชาติ)

3. ไฟล์ธีม/เทมเพลต (กรณีต้องอัปโหลดเอง)

หากเว็บไซต์ของคุณใช้ CMS (เช่น WordPress) บางครั้งจำเป็นต้องอัปโหลดไฟล์ธีม/เทมเพลตเอง เช่น

  • โฟลเดอร์ธีม
  • ไฟล์ layout หรือ template ต่าง ๆ

เหมาะกับกรณี

  • อัปโหลดธีมแบบ manual
  • แก้ไฟล์ธีมเฉพาะจุด (ควรสำรองไฟล์ก่อนเสมอ)

4. ไฟล์ปลั๊กอิน (เฉพาะกรณีจำเป็น)

เช่นอัปโหลดปลั๊กอินที่ติดตั้งผ่านหลังบ้านไม่ได้ หรือใช้แก้ปัญหาเฉพาะหน้า

ข้อควรระวัง

  • อัปโหลดเฉพาะปลั๊กอินจากแหล่งที่เชื่อถือได้
  • หลีกเลี่ยงไฟล์ที่ไม่ทราบที่มา เพราะเสี่ยงมัลแวร์/Backdoor

ไฟล์ที่ไม่ควรอัปโหลดผ่าน FTP (มือใหม่ควรเลี่ยง)

หัวข้อนี้สำคัญมาก เพราะเป็นกลุ่มที่ทำให้เว็บพังได้ง่าย หรือเสี่ยงถูกโจมตี

1.ไฟล์ระบบสำคัญ (อย่าแก้/อย่าทับ ถ้าไม่ชำนาญ)

เช่นไฟล์ตั้งค่าระบบที่เกี่ยวกับฐานข้อมูล รหัสผ่าน หรือการทำงานหลักของเว็บ

  • wp-config.php (WordPress)
  • .env (เว็บหลายระบบใช้เก็บค่าเชื่อมต่อ)
  • ไฟล์ config ต่าง ๆ ของเว็บ

ทำไมถึงอันตราย?

เพราะแค่พิมพ์ผิด/ลบตัวอักษร 1 จุด เว็บอาจเชื่อมฐานข้อมูลไม่ได้ และขึ้น Error ทันที

ทางที่ปลอดภัยกว่า

  • ดาวน์โหลดไฟล์เก็บไว้เป็นสำรองก่อน
  • แก้ผ่าน editor ที่รองรับและตรวจสอบ syntax ได้
  • ถ้าไม่แน่ใจ ให้ปรึกษาผู้ดูแลระบบก่อน

2. ไฟล์ Backup ขนาดใหญ่ (เก็บผิดที่ = เสี่ยงและเปลืองพื้นที่)

เช่น

  • .zip, .tar, .gz
  • ไฟล์ฐานข้อมูล .sql

ปัญหาที่มักเกิดกับมือใหม่

  • อัปโหลดไฟล์ backup ไปไว้ใน public_html ทำให้คนอื่นเข้าถึงผ่านลิงก์ได้ (อันตรายมาก)
  • ไฟล์ใหญ่ทำให้พื้นที่เต็ม เว็บช้า หรืออัปโหลดค้าง

คำแนะนำ ให้เก็บไฟล์ backup ไว้ “นอกโฟลเดอร์เว็บ” (หากระบบรองรับ) หรือเก็บในพื้นที่สำรอง (backup storage) แยกต่างหาก

3. ไฟล์ที่มีข้อมูลส่วนตัว/ข้อมูลลับ

เช่นเอกสารภายใน ไฟล์ที่มีรหัสผ่าน รายงานลูกค้า ฯลฯ

เหตุผล ถ้าไฟล์เหล่านี้อยู่ในโฟลเดอร์เว็บและตั้งชื่อเดาง่าย อาจถูกเข้าถึงได้โดยไม่ตั้งใจ

4. ไฟล์จากแหล่งที่ไม่ปลอดภัย

เช่นไฟล์สคริปต์แปลก ๆ, ไฟล์ crack, หรือไฟล์ที่ไม่มีที่มาแน่ชัด

ความเสี่ยง

  • แฝงมัลแวร์ (Malware)
  • ติด Backdoor ทำให้เว็บถูกควบคุมได้
  • ถูกใช้ส่งสแปมหรือโจมตีต่อไป

5. ไฟล์ทดสอบที่ลืมลบ

เช่น test.php, info.php, old.html

ทำไมต้องลบ? ไฟล์ทดสอบบางชนิดแสดงข้อมูลระบบ (เช่นเวอร์ชัน PHP, path โฟลเดอร์) ซึ่งเป็นข้อมูลที่ผู้โจมตีชอบใช้

วิธีอัปโหลดผ่าน FTP แบบปลอดภัย

  1. เชื่อมต่อด้วย SFTP (ถ้ามี)
  2. เข้าไปที่โฟลเดอร์เว็บไซต์หลัก เช่น public_html
  3. ตรวจสอบก่อนว่าไฟล์เว็บควรอยู่ตรงไหน (ดูโครงสร้างโฟลเดอร์เดิม)
  4. อัปโหลดไฟล์แบบ “ค่อยเป็นค่อยไป”
    • อัปโหลดเสร็จแล้วลองเปิดเว็บตรวจสอบ
  5. อย่าทับไฟล์ระบบ ถ้าไม่แน่ใจ
  6. ลบไฟล์ที่ไม่จำเป็นหลังอัปโหลดเสร็จ (โดยเฉพาะไฟล์ .zip หรือไฟล์ทดสอบ)

เคล็ดลับสำคัญ ทำยังไงให้ “ไม่พลาด” เวลาใช้ FTP

  • สำรองไฟล์ก่อนแก้ทุกครั้ง (ดาวน์โหลดเก็บไว้ก่อน)
  • ตั้งชื่อไฟล์/โฟลเดอร์ให้เป็นระบบ เช่น images/, css/, js/
  • อย่าเก็บไฟล์ backup ไว้ในโฟลเดอร์เว็บ
  • หากต้องแก้ไฟล์สำคัญ ให้แก้บนเครื่องก่อน แล้วค่อยอัปโหลดทับ (ลดโอกาสพลาด)
  • ตรวจสอบสิทธิ์ไฟล์ (File Permission) เฉพาะเมื่อจำเป็น และควรตั้งตามคำแนะนำของผู้ให้บริการ

FTP เป็นเครื่องมือที่ช่วยจัดการไฟล์เว็บได้สะดวกมาก แต่สำหรับมือใหม่ “กติกาหลัก” คือ อัปโหลดเฉพาะไฟล์ที่จำเป็น วางให้ถูกโฟลเดอร์ และเลี่ยงการยุ่งกับไฟล์ระบบ/ไฟล์ลับ หากทำตามแนวทางในบทความนี้ได้ จะช่วยลดโอกาสเว็บพัง เว็บเพี้ยน และเพิ่มความปลอดภัยในการดูแลเว็บไซต์ได้มากขึ้น

หากคุณกำลังมองหาเว็บโฮสติ้งที่ใช้งานง่ายและปลอดภัย สามารถดูรายละเอียดแพ็กเกจ Web Hosting ของเราได้ที่
👉 https://www.hostatom.com/web-hosting

Was this article helpful?

Related Articles