Extended Lifecycle Support OS Ubuntu 20.04 จาก Plesk

ถ้าคุณใช้ Plesk บน Ubuntu 20.04 อยู่ (เช่น VPS หรือ Cloud Server ที่มี Plesk Obsidian) บทความนี้สำคัญมาก เพราะตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป จะมีการเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียม ELS (Extended Lifecycle Support) เพิ่มเข้ามา

พูดง่าย ๆ คือ

Ubuntu 20.04 หมดระยะซัพพอร์ตจากฝั่ง Ubuntu เอง (End of Support) แล้ว
Plesk เลยต้องใช้โปรแกรม ELS มาช่วยยืดอายุการซัพพอร์ตให้ต่อไป ซึ่ง “มีค่าใช้จ่ายเพิ่ม”

ข่าวดีคือ

  • ช่วง 1 สิงหาคม 2025 – 31 ธันวาคม 2025 ยังเป็น ช่วงฟรี (ELS Free Period)
  • แต่หลังจากนั้นตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป จะเริ่มคิดค่าธรรมเนียม ELS สำหรับ Server ที่ยังใช้ Ubuntu 20.04 ร่วมกับ Plesk อยู่ โดยผู้ให้บริการ จะต้องเรียกเก็บตามโครงสร้างราคาของ Plesk

บทความนี้จะอธิบายให้เข้าใจง่าย ๆ ว่า

  1. ELS คืออะไร ทำไมต้องมีค่าธรรมเนียม
  2. ไทม์ไลน์ ELS ของ Ubuntu 20.04 แบบเป็นเส้นเวลา
  3. หมายความว่า “เงินในบิลของคุณ” จะเปลี่ยนไปยังไง
  4. ถ้าไม่อยากโดนเก็บ ELS ต้องทำอะไรภายในสิ้นปี 2025
  5. แนะนำทางเลือกในการอัปเกรด OS และลิงก์ข้อมูลเพิ่มจาก Plesk

อ้างอิงข้อมูลจาก Plesk FAQ และ System Requirements อย่างเป็นทางการ FAQ for Plesk Obsidian

ทำความรู้จัก Extended Lifecycle Support (ELS) แบบง่าย ๆ

ELS คืออะไร?

ELS (Extended Lifecycle Support) คือ โปรแกรมที่ Plesk ทำขึ้นเพื่อ “ยืดเวลาซัพพอร์ต” ให้กับระบบปฏิบัติการ (OS) ที่หมดอายุ (End of Life / End of Support) ไปแล้ว แต่ยังมีคนใช้อยู่เยอะ

หลัก ๆ โปรแกรมนี้จะช่วยให้

  • Server ที่ใช้ OS หมดอายุ (เช่น Ubuntu 20.04 หลัง EOL)
    • ยังได้รับ อัปเดตด้านความปลอดภัยของ OS ผ่าน TuxCare ELS หรือช่องทางที่ Pleskกำหนด
    • ยังได้รับ อัปเดตของ Plesk Obsidian ต่อไป
    • ยังสามารถส่ง Ticket ขอซัพพอร์ตจากทีม Plesk ได้

พูดง่าย ๆ คือ

ELS = “ซื้อเวลาเพิ่ม” ให้ Server เก่าที่ใช้ OS หมดอายุ ยังปลอดภัยและใช้งาน Plesk ได้ต่อไป

ซึ่งการที่ Plesk ต้องแบกรับค่าใช้จ่ายในการออกแพตช์และดูแลระบบให้ OS ที่หมดอายุแล้ว นั่นแหละคือสาเหตุว่าทำไม ELS ถึง ต้องมีค่าธรรมเนียมเพิ่ม

ไทม์ไลน์ ELS สำหรับ Plesk บน Ubuntu 20.04

จากเอกสารของ Plesk (FAQ + System Requirements + ประกาศ ELS) ไทม์ไลน์ของ Ubuntu 20.04 บน Plesk คร่าว ๆ คือ

เหตุการณ์สำคัญของ Ubuntu 20.04

  • เมษายน 2025
    • Ubuntu 20.04 เข้าสถานะ EOL (End of Life / End of Support) จากฝั่ง Ubuntu
    • หมายถึงถ้าไม่มี ELS จะไม่ได้รับอัปเดตด้านความปลอดภัยใหม่ ๆ จาก OS อีกต่อไป
  • 1 สิงหาคม 2025 – เริ่มต้น ELS Free Period
    • Plesk เริ่มเข้าสู่โหมด ELS สำหรับ Ubuntu 20.04
    • แต่ให้ช่วงฟรียังไม่คิดเงินค่าธรรมเนียม ELS
  • 31 ธันวาคม 2025 – สิ้นสุดช่วงฟรี ELS
    • ช่วงนี้คือเดดไลน์ทองที่ Plesk และผู้ให้บริการต่าง ๆ แนะนำให้ รีบอัปเกรด OS
  • 1 มกราคม 2026 – เริ่มคิด ELS Tier 1 Billing Period
    • Plesk เริ่มเก็บค่าธรรมเนียม ELS จาก License ที่รันบน Ubuntu 20.04
    • ผู้ให้บริการอย่าง Bangmod.Cloud ก็จำเป็นต้องเรียกเก็บค่าธรรมเนียมนี้ต่อจากลูกค้า
  • 1 กรกฎาคม 2026 – ELS Tier 2
  • 1 มกราคม 2027 – ELS Tier 3
    • ค่าธรรมเนียม ELS จะมีแนวโน้ม เพิ่มขึ้นเป็นขั้น ๆ (Tier 1 → Tier 2 → Tier 3) ตามไทม์ไลน์ของ Plesk

จากข้อมูลล่าสุด Plesk ระบุว่า ELS ของ Ubuntu 20.04 จะดำเนินไปจนถึง 31 ธันวาคม 2027 ซึ่งสะท้อนว่าเป็นการ “ยืดอายุซัพพอร์ต OS ที่หมดอายุไปแล้ว” โดยแลกกับค่าธรรมเนียมต่อเดือนตาม License นั้น ๆ

แล้วค่าธรรมเนียม ELS กระทบลูกค้ายังไง?

สำหรับผู้ใช้งาน Plesk บน Ubuntu 20.04

  • ตั้งแต่วันนี้จนถึง 31 ธันวาคม 2025
    • ยังใช้ช่วง ELS Free Period → ยัง ไม่โดนเก็บค่า ELS เพิ่ม
  • ตั้งแต่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป
    • License Plesk ที่รันบน Ubuntu 20.04 จะถูก Plesk คิดค่าธรรมเนียม ELS เพิ่ม (ตาม Tier ในแต่ละช่วงเวลา)
    • ผู้ให้บริการ (เช่น Bangmod.Cloud) จึงต้อง เก็บค่าธรรมเนียม ELS เพิ่มจากลูกค้า ตามโครงสร้างราคาที่ Pleskกำหนด
    • รายละเอียดราคาจริง (ต่อ License / ต่อเดือนเท่าไหร่) จะมีการแจ้งให้ลูกค้าโฮสอะตอมทราบภายหลัง

สรุปสั้น ๆ คือ

ถ้า Server ของคุณยังใช้ Plesk บน Ubuntu 20.04 หลังวันที่ 1 มกราคม 2026
คุณจะเริ่มเห็น “ค่าธรรมเนียม ELS” เพิ่มเข้ามาในบิลรายเดือน

ถ้าไม่อยากจ่ายเพิ่ม → ต้อง วางแผนอัปเกรด OS ให้จบภายในเดือนธันวาคม 2025

ทำอย่างไร “ไม่ให้โดนเก็บค่าธรรมเนียม ELS”?

แนวคิดง่าย ๆ คือ

ย้าย Plesk ของคุณไปอยู่บน OS ที่ยังอยู่ในช่วงซัพพอร์ตปกติ (ไม่ต้องใช้ ELS)

จากเอกสารของ Plesk ตอนนี้ OS ที่รองรับ Plesk Obsidian เวอร์ชันล่าสุดอย่างเป็นทางการ มีเช่น

  • Ubuntu 22.04 LTS (รองรับใน Plesk Obsidian 18.44 ขึ้นไป)
  • Ubuntu 24.04 (เวอร์ชันใหม่ที่ถูกแนะนำ)
  • AlmaLinux 8 / AlmaLinux 9
  • Debian 11 / Debian 12
  • CloudLinux 8 / 9
  • CentOS 7 (แต่ก็จะเข้าสู่ ELS เช่นกันในอนาคต – ไม่แนะนำใช้ใหม่)

ขั้นที่ 1 – ตรวจสอบก่อนว่า Server ตัวเองอยู่ในกลุ่มเสี่ยงไหม

ถ้าคุณไม่แน่ใจว่า Server ที่ใช้อยู่ตอนนี้เป็น OS อะไร ให้ลองเช็กง่าย ๆ

  • ใน Plesk → ไปที่ Tools & Settings → Server Information
    • จะเห็นชนิด OS เช่น “Ubuntu 20.04.6 LTS”
  • หรือถ้า SSH เข้าได้ ให้รันคำสั่ง (สำหรับผู้ที่พอใช้คำสั่งได้)
    • lsb_release -a หรือดูใน /etc/os-release

ถ้าขึ้นว่า Ubuntu 20.04 และคุณใช้ Plesk อยู่ → คุณคือกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับค่าธรรมเนียม ELS แน่นอน

ขั้นที่ 2 – วางแผน “ไปอยู่ OS ใหม่ตัวไหนดี?”

สำหรับคนที่ใช้ Plesk อยู่แล้ว ตัวเลือกยอดนิยมคือ

  • ย้ายไป Ubuntu 22.04 LTS (รองรับ Plesk Obsidian ตั้งแต่ 18.44 เป็นต้นไป)
  • หรือถ้าทางผู้ให้บริการแนะนำ OS อื่น เช่น AlmaLinux 8/9 หรือ Debian 11/12 ก็ใช้ได้เช่นกัน

สิ่งที่ควรถามทีมเทคนิค/ผู้ให้บริการคือ

  • ตอนนี้ Plesk เวอร์ชันของคุณรองรับ OS อะไรบ้าง
  • ควรใช้วิธี “ย้ายเครื่อง (migrate)” หรือ “อัปเกรดในเครื่อง (dist-upgrade)”

ขั้นที่ 3 – เลือกวิธีอัปเกรด: Migrate vs Dist-upgrade

จากเอกสารของ Plesk มีแนวทางแนะนำไว้คร่าว ๆ ว่า

  1. ใช้ Plesk Migrator
    • สร้าง Server ใหม่ที่ใช้ OS เวอร์ชันรองรับ (เช่น Ubuntu 22.04)
    • ติดตั้ง Plesk เวอร์ชันแนะนำ
    • ใช้เครื่องมือ Plesk Migrator ย้ายเว็บ / โดเมน / ฐานข้อมูล / อีเมล จากเครื่องเก่า (Ubuntu 20.04) ไปเครื่องใหม่
    • ข้อดี: ปลอดภัยกว่า มี Downtime น้อย และทดสอบก่อนได้
  2. ทำ dist-upgrade (เฉพาะ Ubuntu/Debian)
    • อัปเกรด OS ในเครื่องเดิมจาก Ubuntu 20.04 → 22.04
    • วิธีนี้ต้องระวังเรื่อง Version ของ Plesk และ Compatibility ต่าง ๆ มากกว่าการย้ายไปเครื่องใหม่

หากคุณไม่ถนัดด้าน Linux/Server เลย แนะนำอย่างตรงไปตรงมาว่า

ควรให้ทีมเทคนิคของผู้ให้บริการ (เช่น ทีม Bangmod.Cloud) เป็นคนวางแผนและลงมือทำให้
ทั้งเรื่องสำรองข้อมูล, ทดสอบ, และสลับระบบจริง

ถ้า “ยังไม่ว่างทำ” แล้วปล่อยไปเฉย ๆ จะเกิดอะไรขึ้น?

กรณีที่ ไม่อัปเกรด OS แล้วปล่อยให้ Plesk บน Ubuntu 20.04 รันต่อไปหลังวันที่ 1 มกราคม 2026:

  1. ระบบยังใช้งานได้
    • เพราะมี ELS คอยช่วยยืดซัพพอร์ต ทั้งแพตช์ด้านความปลอดภัยและอัปเดต Plesk
  2. แต่…
    • คุณจะเริ่มถูกเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียม ELS เพิ่มในบิลรายเดือน
    • ค่าธรรมเนียมมีโอกาสเพิ่มขึ้นตาม Tier:
      • Tier 1 (เริ่ม 1 มกราคม 2026)
      • Tier 2 (เริ่ม 1 กรกฎาคม 2026)
      • Tier 3 (เริ่ม 1 มกราคม 2027)
  3. ในมุมธุรกิจ
    • ยิ่งปล่อยไว้นาน → ยิ่งเสียค่า ELS สะสม
    • สุดท้ายก็ยังต้องวางแผนย้าย OS อยู่ดี

ดังนั้นทาง Plesk เองและผู้ให้บริการส่วนใหญ่ รวมถึงข้อความประกาศที่ท่านให้มา จึงเน้นว่า

ควร “อัปเกรด OS ให้เรียบร้อยภายในเดือนธันวาคม 2025”
เพื่อเลี่ยงค่าธรรมเนียม ELS ตั้งแต่ต้น

แหล่งอ้างอิงและข้อมูลเพิ่มเติมจาก Plesk

ถ้าอยากอ่านข้อมูลเชิงเทคนิค/ทางการจาก Plesk โดยตรง สามารถดูได้ที่

ในหน้านั้นจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับ

  • ELS คืออะไร
  • OS ไหนบ้างที่เข้าร่วมโปรแกรม (รวมถึง Ubuntu 20.04)
  • ตาราง ELS Free Period และช่วง Tier 1, Tier 2, Tier 3
  • ข้อจำกัด และคำแนะนำเรื่องการย้ายระบบ

ถ้าจะสรุปให้สั้นที่สุดสำหรับเจ้าของ Server ที่ใช้ Plesk บน Ubuntu 20.04 ก็คือ

  1. Ubuntu 20.04 หมดซัพพอร์ตจากฝั่ง OS (EOL) ในปี 2025
  2. Plesk ให้ใช้งานต่อได้ผ่านโปรแกรม ELS
    • ฟรีตั้งแต่ 1 ส.ค. 2025 – 31 ธ.ค. 2025
  3. ตั้งแต่ 1 ม.ค. 2026 เป็นต้นไป
    • Plesk จะเรียกเก็บ ค่าธรรมเนียม ELS จาก License บน Ubuntu 20.04
    • ผู้ให้บริการอย่างโฮสอะตอม จึงจำเป็นต้องเรียกเก็บค่าบริการนี้ต่อจากลูกค้า
  4. ถ้าไม่อยากเสียค่าธรรมเนียม ELS ระยะยาว
    • ให้ วางแผนอัปเกรด OS ไปยังเวอร์ชันที่ยังได้รับการซัพพอร์ต (เช่น Ubuntu 22.04, AlmaLinux ฯลฯ)
    • ทำให้เสร็จภายใน เดือนธันวาคม 2025 จะดีที่สุด

มองในมุมบวก ELS ไม่ใช่แค่ “ค่าใช้จ่ายเพิ่ม” แต่คือ “เวลาพิเศษ” ให้เราวางแผนย้ายระบบอย่างปลอดภัย ไม่ต้องรีบเสี่ยงอัปเกรดแบบฉุกเฉิน แค่เราใช้ช่วงฟรีให้คุ้ม วางแผนดี และอัปเกรดให้จบทันเดดไลน์ ก็จะเลี่ยงค่า ELS ได้อย่างสวย ๆ

การเปลี่ยนจาก Ubuntu 20.04 ไปเป็น OS เวอร์ชันใหม่บน Plesk ไม่ใช่แค่เรื่อง “อัปเกรด OS” แต่เกี่ยวกับทั้ง

  • ความต่อเนื่องของเว็บไซต์และอีเมล
  • ความปลอดภัยของข้อมูล
  • การลด Downtime ระหว่างย้ายระบบ

หากคุณใช้ Plesk บน Ubuntu 20.04 อยู่ตอนนี้ และต้องการหลีกเลี่ยงค่าธรรมเนียม ELS ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2026 เป็นต้นไป สามารถติดต่อทีมงาน hostatom เพื่อให้ช่วยวางแผนและดำเนินการอัปเกรด/ย้ายระบบให้แบบเป็นขั้นเป็นตอน ลดความเสี่ยงและประหยัดเวลาได้ค่ะ

Was this article helpful?

Related Articles