หากคุณใช้ Google Calendar เป็นประจำ ไม่ว่าจะจัดตารางงาน นัดประชุม หรือวางแผนกิจกรรมต่าง ๆ จะเห็นได้ว่า ในแอปได้มีอัปเดตใหม่ ๆ ออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหลายฟีเจอร์เปิดให้ใช้งานแล้ว แต่หลายคนอาจยังไม่เคยลองใช้งาน
การอัปเดตครั้งนี้ มีตั้งแต่ AI ที่ช่วยแนะนำเวลาประชุม การจัดการ Time Zone ที่สะดวกขึ้น ไปจนถึงการเชื่อมต่อกับ Google Meet ที่ชัดเจนและเป็นระบบมากกว่าเดิม
เราได้รวบรวม 4 อัปเดตที่น่าสนใจของ Google Calendar ในปี 2026 ที่คนทำงานและผู้ใช้งาน Google Workspace ไม่ควรพลาด
มีอะไรใหม่บ้าง ? มาดูกันเลย
1.Gemini ช่วยแนะนำเวลาประชุม ไม่ต้องไล่ดูตารางทีละคน
ถ้าเคยนัดประชุมกับหลายคน น่าจะรู้ดีว่า ขั้นตอนที่ต้องใช้เวลาจัดการมากที่สุดไม่ใช่การสร้างอีเวนต์ใน Google Calendar แต่คือการหาเวลาที่ “ทุกคนว่างตรงกัน”
Google จึงเพิ่มความสามารถของ Gemini เข้ามาช่วยจัดการเรื่องนี้โดยตรง แทนที่จะต้องเปิดดูตารางของผู้เข้าร่วมทีละคน Gemini จะช่วยวิเคราะห์ข้อมูลและแนะนำช่วงเวลาที่เหมาะสมให้โดยอัตโนมัติ
ระบบจะประมวลผลข้อมูลหลายอย่าง เพื่อแนะนำเวลาที่ทุกคนสะดวกมากที่สุด เช่น
- ตารางว่างของผู้เข้าร่วม
- เวลาทำงานของแต่ละคน
- นัดหมายที่อาจชนกัน
- Time Zone ของผู้เข้าร่วมแต่ละคน
เมื่อสร้างหรือเลื่อนนัดประชุม เพียงเลือก Suggested times ระบบจะแสดงช่วงเวลาที่เหมาะสมขึ้นมาให้เลือกได้ทันที ช่วยลดเวลาในการประสานงานและทำให้การนัดหมายสะดวกขึ้นกว่าเดิม
ฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานแล้วสำหรับผู้ใช้ Google Workspace บางแพ็กเกจที่รองรับ Gemini เช่น Business Standard, Business Plus, Enterprise Standard และ Enterprise Plus รวมถึงผู้ใช้ที่มี Google AI Pro for Education add-on
หากองค์กรของคุณมีสิทธิ์ใช้งาน Gemini อยู่แล้ว ก็สามารถเริ่มใช้งานฟีเจอร์นี้ได้ทันที
ที่มา: Google Workspace Updates
2. ค้นหา Time Zone จากชื่อเมืองหรือประเทศได้ง่ายขึ้น
หลังจากได้เวลาประชุมที่เหมาะสมแล้ว อีกเรื่องที่หลายคนต้องเจอ โดยเฉพาะผู้ที่ทำงานร่วมกับลูกค้าหรือทีมงานในต่างประเทศ คือ “การจัดการเรื่อง Time Zone”
เราอาจต้องใช้เวลาในการค้นหาว่าเมืองหรือประเทศนั้นอยู่ในเขตเวลาใด และควรเลือกโซนเวลาอะไรใน Google Calendar เพื่อให้เวลานัดหมายตรงกันกับผู้เข้าร่วมทุกคน
Google จึงปรับปรุงการเลือก Time Zone ใน Google Calendar ใหม่ โดยสามารถค้นหาจากชื่อเมืองหรือประเทศได้โดยตรง ไม่ต้องเลื่อนหารายชื่อโซนเวลายาว ๆ เหมือนที่ผ่านมา
ฟีเจอร์นี้สามารถใช้งานได้ในหลายส่วนของ Google Calendar เช่น
- การสร้างนัดหมายใหม่
- การตั้งค่า Secondary Time Zone
- การใช้งาน World Clock
- การวางแผนประชุมกับทีมต่างประเทศ
ช่วยให้การนัดหมายข้ามประเทศสะดวกขึ้น ลดความสับสนเรื่องเวลา และช่วยวางแผนการประชุมได้รวดเร็วกว่าเดิม
ปัจจุบัน Google เปิดให้ใช้งานฟีเจอร์นี้แล้วสำหรับผู้ใช้ Google Workspace ทุกแพ็กเกจ รวมถึงผู้ใช้งาน Google Calendar ด้วยบัญชี Google ส่วนตัว โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติมแต่อย่างใด
ที่มา: Google Workspace Updates
3. Google Calendar กับ Google Meet เชื่อมต่อกันได้สะดวกกว่าเดิม
ในองค์กรที่มีการประชุมจำนวนมาก การใช้ลิงก์ Meet ซ้ำโดยไม่ตั้งใจ อาจสร้างความสับสนได้มากกว่าที่คิด
บางครั้งเราอาจคัดลอกอีเวนต์เก่า หรือเอา Meeting Code เดิมมาใช้กับนัดใหม่เพื่อความสะดวก แต่จริง ๆ แล้ว การทำเช่นนี้อาจทำให้ข้อมูลบางอย่างสับสนได้ เช่น
- Recording ถูกแชร์ไปยังคนผิดกลุ่ม
- Notes หรือสรุปการประชุมผูกกับอีเวนต์เก่า
- Chat หลังประชุมไม่ตรงกับผู้เข้าร่วมจริง
- สิทธิ์การเข้าประชุมอาจไม่ตรงกับนัดหมายใหม่
Google จึงปรับปรุงการเชื่อมต่อระหว่าง Google Calendar และ Google Meet ให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดย Meeting แต่ละรายการจะผูกกับ Calendar Event ต้นทางของตัวเองอย่างเป็นระบบ
หากมีการนำ Meeting Code เดิมกลับมาใช้งาน ระบบจะแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบว่าโค้ดดังกล่าวยังเชื่อมโยงอยู่กับการประชุมเดิม เพื่อช่วยลดความสับสนและป้องกันการใช้งานผิดพลาด
การปรับปรุงนี้ช่วยให้ข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการประชุมถูกจัดเก็บและเชื่อมโยงกับอีเวนต์ที่ถูกต้องมากขึ้น ทำให้ติดตามงานย้อนหลังได้ง่าย ลดโอกาสที่ข้อมูลสำคัญจะตกหล่นหรือถูกส่งไปยังผู้เข้าร่วมผิดกลุ่ม
ปัจจุบัน Google เปิดให้ใช้งานฟีเจอร์นี้แล้วสำหรับผู้ใช้ Google Workspace ทุกแพ็กเกจ รวมถึงบัญชี Google ส่วนตัว โดยไม่ต้องตั้งค่าเพิ่มเติม
ที่มา: Google Workspace Updates
4. เพิ่มสี Custom Event Colors ปรับแต่งตารางงานได้ตามสไตล์
ปิดท้ายด้วยฟีเจอร์ที่หลายคนรอคอย โดยเฉพาะคนที่ใช้ Google Calendar วางแผนงานเป็นประจำ
Google Calendar เปิดให้ผู้ใช้สามารถกำหนดสีของอีเวนต์ได้อย่างอิสระมากขึ้นผ่านฟีเจอร์ Custom Event Colors
จากเดิมที่ต้องเลือกใช้สีตามชุดที่ระบบกำหนดไว้ ตอนนี้สามารถเลือกสีได้หลากหลายผ่าน Color Picker ช่วยให้แยกประเภทงานและจัดการตารางได้ละเอียดกว่าเดิม
สำหรับผู้ที่ใช้ Google Calendar ในการวางแผนงานประจำวัน ฟีเจอร์นี้ช่วยให้มองเห็นภาพรวมของงานได้ชัดเจนขึ้น เช่น
- แยกสีประชุมภายในและประชุมกับลูกค้า
- แยกสีตามโปรเจกต์
- แยกสีงานด่วนและงานทั่วไป
- แยกสีกิจกรรมส่วนตัวและงานองค์กร
เมื่อเปิดปฏิทินขึ้นมา คุณจะสามารถมองเห็นภาพรวมของวันนั้นได้ทันที โดยไม่ต้องคลิกดูรายละเอียดของแต่ละนัดหมาย การติดตามงานก็ง่ายขึ้นและจัดการเวลาระหว่างวันได้สะดวกกว่าเดิม
Google กำลังทยอยเปิดให้ใช้งานฟีเจอร์นี้สำหรับผู้ใช้ Google Workspace ทุกแพ็กเกจ รวมถึงผู้ใช้งาน Workspace Individual และบัญชี Google ส่วนตัว โดยผู้ใช้บางรายอาจได้รับฟีเจอร์นี้ไม่พร้อมกัน
ที่มา: Google Workspace Updates
สรุป
Google Calendar ยังคงเพิ่มความสามารถใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้การจัดประชุม การวางแผนงาน และการทำงานร่วมกันมีความคล่องตัวมากขึ้น
ลองเปิด Google Calendar ของคุณ แล้วดูว่ามีฟีเจอร์ไหนเปิดให้ใช้งานแล้วบ้าง เพราะหลายฟีเจอร์ในบทความนี้พร้อมให้ใช้งานแล้ว
อย่างไรก็ตาม บางฟีเจอร์อาจยังไม่ปรากฏในบัญชีของคุณ เนื่องจาก Google กำลังทยอยเปิดให้ผู้ใช้แต่ละกลุ่ม หรืออาจขึ้นอยู่กับแพ็กเกจ Google Workspace ที่องค์กรของคุณใช้อยู่
หากต้องการตรวจสอบว่าองค์กรของคุณสามารถใช้งานฟีเจอร์ใดได้แล้ว หรือกำลังมองหาแพ็กเกจที่เหมาะกับการทำงานของทีมมากขึ้น
hostatom พร้อมให้คำแนะนำและดูแลการใช้งาน Google Workspace สำหรับองค์กรครบวงจร
คลิกดูรายละเอียดเพิ่มเติม : https://www.hostatom.com/google-workspace/