การอ่านผลการวิเคราะห์ Google PageSpeed Insights

หลังจากที่เช็คความเร็วเว็บที่ Google PageSpeed Insights แล้ว เรามาดูว่าผลวิเคราะห์ที่ออกมานั้นแต่ละค่าคืออะไรกันบ้าง เพื่อที่เราจะได้นำไปปรับปรุง แก้ไขให้เว็บของเราดีขึ้น

1. เริ่มจาก Performance Score

เป็นคะแนนภาพรวมการทำงานของเว็บ คะแนนที่ได้นี้มาจาก Lighthouse โดยจะรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลบนหน้า page ที่ทดสอบ จากนั้นจะประมวลผลออกมาในรูปแบบคะแนน คะแนนนี้มีค่าตั้งแต่ 0-100 โดยผลคะโดยมีดังนี้
คะแนน 0-49 ถือว่าแย่
คะแนน 50-89 ต้องปรับปรุง
คะแนน 90-100 ดีเยี่ยม

2. Field Data

Field Data จะเป็นการวัดผลการแสดงหน้าเว็บ จะแสดงผลการวัด ได้แก่ First Contentful Paint (FCP), First Input Delay (FID), Largest Contentful Paint (LCP), and Cumulative Layout Shift (CLS)

  • First Contentful Paint (FCP)

เป็น Metric ที่ใช้วัดตั้งแต่เริ่มโหลดหน้าเว็บจนถึงการแสดงเนื้อหาแรกปรากฎขึ้นมา เนื้อหานี้จะหมายถึง ข้อความ รูปภาพ รวมภาพพื้นหลัง ซึ่งเนื้อหาที่แสดงนี้จะแสดงแค่บางส่วน ไม่ใช่ทั้งหมดของเว็บ โดยมีผลการวัด ดังนี้
เว็บใช้เวลาโหลด 0-1,000 ms ดีมาก
เว็บใช้เวลาโหลด 1,000 ms-3,000 ms ต้องปรับปรุง
เว็บใช้เวลาโหลดเกิน 3,000 ms แย่

  • First Input Delay (FID

เป็น Metric เพื่อใช้วัดการตอบสนองของผู้ใช้กับหน้าเว็บ ไม่ว่าจะเป็นการ click การเลื่อนหน้าเว็บขึ้น-ลง รวมไปถึงระยะเวลาที่เว็บตอบสนองกลับ โดยมีผลการวัด ดัวนี้
เว็บใช้เวลาโหลด 0-100 ms ดีมาก
เว็บใช้เวลาโหลด 100 ms-300 ms ต้องปรับปรุง
เว็บใช้เวลาโหลดเกิน 300 ms แย่

  • Largest Contentful Paint (LCP)

เป็น Metric ที่ใช้วัดระยะเวลาตั้งแต่เริ่มพิมพ์ชื่อโดเมนแล้วกดปุ่ม Enter ไปจนถึงโหลดภาพหรือข้อความที่มีขนาดใหญ่จนเสร็จ โดยมีเกณฑ์การวัด ดังนี้
เว็บใช้เวลาโหลด 0-2,500 ms ดีมาก
เว็บใช้เวลาโหลด 2,500 ms-4,000 ms ต้องปรับปรุง
เว็บใช้เวลาโหลดเกิน 4,000 ms แย่

  • Cumulative Layout Shift (CLS)

เป็น Metric เพื่อใช้วัดคะแนนรวมของ Layout ของหน้าเว็บในกรณีที่เกิดการกระตุก หรือการเคลื่อนไหวของหน้าเพจ ที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถใช้งานหน้าเว็บตามที่ต้องการได้ สำหรับเกณฑ์การให้คะแนน มีดังนี้
เว็บใช้เวลาโหลด 0-0.1 ดีมาก
เว็บใช้เวลาโหลด0.1-0.25 ต้องปรับปรุง
เว็บใช้เวลาโหลดเกิน 2.5 ms แย่

โดยแถบสีเขียว สีเหลือง สีแดง นั้นจะหมายถึงจำนวนเปอร์เซนต์เวลาในการโหลด โดยจะแบ่งเป็นดี ต้องปรับปรุง และแย่ ยกตัวอย่างเช่น ค่า FCP มีค่าเปอร์เซนต์เป็น 68%(เขียว), 28% (ส้ม) และ 4% (แดง) ตามลำดับ ซึ่งหมายความว่า 68% ของหน้าเพจใช้เวลาในการโหลดในระดับดี คือใช้เวลาน้อยกว่า 1s 14% ของหน้าเพจใช้เวลาในการโหลดในระดับที่ต้องปรับปรุง คือใช้เวลาตั้งแต่ 1s-3s และ 8% ของหน้าเพจใช้เวลาในการโหลดอยู่ในระดับแย่ คือใช้เวลามากกว่า 3s โดยค่าพวกนี้จะได้จากการโหลดหน้าเว็บใน 28 วันที่ผ่านมา

โดยค่าเปอร์เซนต์ที่ดี ค่าแถบสีเขียวจะต้องมีค่ามากกว่า 75% ขึ้นไป

3. Lab Data

Lab Data เป็นข้อมูลจำลองความเร็วในการโหลดหน้าเว็บแบบประมาณการ โดยจะแสดงผลการวิเคราะห์ First Contentful Paint, Largest Contentful Paint, Speed Index, Cumulative Layout Shift, Time to Interactive, และ Total Blocking Time โดยแต่ละตัววัดจะแสดงเวลาและสีกำกับ ซึ่งแต่ละสีมีความหมายดังนี้
สีเขียว หมายถึง ดีมาก
สีส้ม หมายถึง ต้องปรับปรุง
สีแดง หมายถึง แย่

  • First Contentful Paint (FCP)

เป็น Metric ที่ใช้วัดเวลาที่ Browser แสดงเนื้อหาตั้งแต่ข้อความแรกปรากฎขึ้น หรือ ตั้งแต่เริ่มเห็นภาพร่างของเว็บ แต่ยังไม่แสดงข้อมูลเว็บทั้งหมดนะ

  • Time to Interactive (TTI)

เป็น Metric ที่ใช้วัดเวลาตั้งแต่เริ่มโหลดหน้าเพจไปจนโหลดทั้งภาพ และข้อความต่างๆ จนครบ พร้อมจะที่ตอบสนองการใช้งานต่างๆ ของผู้ใช้ได้

  • Speed Index

เป็น Metric ที่ใช้วัดความเร็วของการโหลดหน้าเว็บ อันนี้ถ้าตัวเลขยิ่งน้อยยิ่งดี เพราะนั่นหมายถึงเว็บของคุณโหลดได้เร็ว

  • Total Blocking Time (TBT)

เป็น Metric ที่ใช้วัดเวลาการรอ First Contentful Paint (FCP) และ Time to Interactive (TTI) ทำงาน

  • Largest Contentful Paint (LCP)

เป็น Metric ที่ใช้วัดเวลาตั้งแต่พิมพ์ URL แล้วกด Enter ไปจนถึงการโหลด Element ที่มีขนาดที่ใหญ่ที่สุดจนเสร็จ ว่าใช้เวลาไปเท่าไหร่

  • Cumulative Layout Shift (CLS)

เป็นคะแนนสำหรับการเช็ค Layout ทั้งหมดของหน้าเว็บ ของหน้าเว็บในกรณีที่เกิดการกระตุก หรือการเคลื่อนไหวของหน้าเพจ ที่ทำให้ผู้ใช้ไม่สามารถใช้งานหน้าเว็บตามที่ต้องการได้

4. Opportunities

จะเป็นรายละเอียดที่จะบอกว่า ที่เว็บช้านั่นมาจากสาเหตุอะไรบ้าง และใช้เวลาไปเท่าไหร่ คุณสามารถนำข้อบกพร่องนั้นไปพัฒนาและปรับปรุงเว็บ เพื่อให้โหลดได้เร็วขึ้น

5. Diagnostics

เป็นคำแนะนำเพิ่มเติมว่าควรจะปรับปรุงในส่วนใดบ้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพให้กับเว็บของคุณ

Was this article helpful?

Related Articles